content-post.php

สำรวจความพร้อมการท่องเที่ยวภูเก็ต กับ ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต

Posted on

สำรวจความพร้อมการท่องเที่ยวภูเก็ต กับ ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต

“พร้อมไหมภูเก็ต” หลายท่านคงตั้งคำถามในวันที่ภูเก็ตเริ่มคลายมาตรการล็อคดาวน์ ชายหาดเริ่มเปิด ฟันเฟืองแห่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกำลังจะถูกผลักให้หมุนอีกครั้ง เราก็ควรจะหันมาสำรวจความพร้อมของภูเก็ตกันสักนิด ว่าเราพร้อมลุกขึ้นเดินหน้าต่อหรือยัง  Phuket e-magazine ชวนมาพูดคุยกับ คุณนภสร ค้าขาย ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต แบบลงลึกถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อให้การเดินหน้าต่อครั้งนี้ของภูเก็ต เป็นการก้าวเดินอย่างแข็งแรง ทุกคนทุกฝ่ายพร้อมที่จะสู้ไปด้วยกัน

ททท. สำนักงานภูเก็ต ประเมินความเสียหายที่ภาคการท่องเที่ยวภูเก็ตได้รับจากสถานการณ์โควิด-19 อย่างไร

ถ้ามองในภาพรวม สถานการณ์การท่องเที่ยวภูเก็ตในแต่ละปีที่ผ่านมาเรามีนักท่องเที่ยวประมาณ14 ล้านคน เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยประมาณ 3.9 ล้านคน นักท่องเที่ยวต่างชาติ 10.1 ล้านคน เม็ดเงินจากภาคการท่องเที่ยวภูเก็ตหมุนเวียนเป็นรายได้หลักของจังหวัดภูเก็ตปีหนึ่งไม่ต่ำกว่า 4 แสนล้านบาท ในช่วงที่เราประสบกับสถานการณ์โควิด-19 ที่เริ่มเข้ามาช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคมที่ผ่านมา คือไตรมาสแรกของปี 2563 ขณะนั้นมีนักท่องเที่ยวอยู่ในพื้นที่ของเราประมาณ 2.3 ล้านคน เนื่องจากเป็นช่วงเริ่มต้นไฮซีซั่น นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวรัสเซีย ยุโรป ในจำนวนนั้นเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยประมาณ 2.6 แสนคน รายได้จากการท่องเที่ยวในช่วงเวลานั้นประมาณ 83,000 ล้านบาท เกือบ 1 แสนล้านบาท เมื่อโควิด-19 เข้ามา ยอดการเข้าพักตามโรงแรมต่างๆ ก็ไม่เพิ่มเลย ไม่มี booking ใหม่ๆ เข้ามา ทุกอย่างหยุดชะงักทันที จากเดิมที่ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงที่โรงแรมเต็มเกือบ 100% แต่สำหรับปีนี้อัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 76% เที่ยวบินต่างๆ ค่อยๆ ลดลงจนกระทั่งถูกยกเลิกจนหมด แม้แต่การจัดงาน ITB ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นงานส่งเสริมการขายการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก็ต้องยกเลิกการจัดงานไป เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ระบาดไปทั่วโลก

ททท. สำนักงานภูเก็ต มีบทบาทอย่างไรบ้าง ในการให้ความช่วยเหลือต่อภาคธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทั้งในช่วงที่ผ่านมาและในอนาคต

ในช่วงแรกที่สถานการณ์ยังไม่ย่ำแย่มาก เราได้ไปพบปะผู้ประกอบการ มีการสุ่มตัวอย่างหลายพื้นที่ พบว่าช่วงแรกผู้ประกอบการประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง อย่างที่เรียนว่าโรงแรมไม่มี booking เพิ่มเลย หลังจากนั้นสถานการณ์ก็เริ่มแย่ลงเรื่อยๆ สายการบินต่างๆ เริ่มมีการชะลอหรือยกเลิกเที่ยวบิน ตอนนั้น ททท.สำนักงานภูเก็ตเป็นหน่วยงานที่ช่วยประสานข้อมูล เรารีบทำหนังสือแจ้งผู้ประกอบการทั้งหมดทั่วภูเก็ต ให้แจ้งเตือนแขกในโรงแรมให้รีบติดต่อประสานกับสายการบินเพื่อหาเที่ยวบินเดินทางกลับให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาตกค้างในจังหวัดภูเก็ต เราคาดการณ์แล้วว่าจะต้องมีการตกค้างของนักท่องเที่ยว รวมทั้งได้แจ้งไปยังท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ทำหนังสือถึงสถานกงสุลต่างๆ ในจังหวัดภูเก็ตให้แจ้งเราหากมีการจัดเที่ยวบินพิเศษมารับนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับประเทศ เพื่อจะได้แจ้งข่าวไปยังโรงแรมต่างๆ ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติตกค้างอยู่ ช่วงแรกที่ยังไม่มีการล็อคดาวน์ 100% ทุกคนมีความตื่นตัวเริ่มทยอยเดินทางกลับ หลังจากสถานการณ์เริ่มแย่ลง มีนักท่องเที่ยวตกค้างที่ประสบปัญหา โดยเฉพาะกลุ่มที่ซื้อตั๋วเครื่องบินแบบราคาถูก ซึ่งจะแวะ transit หลายเมือง บางเมืองมีการปิดสนามบินปิดประเทศไปแล้ว จะเปลี่ยนเส้นทางบินก็ไม่ได้ ใช้สายการบินอื่นก็ไม่ได้ ช่วงแรกถือว่าเราประสานเรื่องนี้ได้ค่อนข้างรวดเร็ว จนกระทั่งมีการประกาศปิดสนามบิน ปิดโรงแรมในจังหวัดภูเก็ต มีนักท่องเที่ยวที่ตกค้างในช่วงแรกราว 5,700 คน จากจำนวนนักท่องเที่ยว 2 ล้านกว่าคนที่อยู่ในพื้นที่ ในส่วนของนักท่องเที่ยวที่ตกค้าง เราได้ให้ความช่วยเหลือ โดยร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจท่องเที่ยว สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ตกค้าง จะแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก เป็นกลุ่มที่สามารถรับผิดชอบตัวเองได้ คือโรงแรมถูกสั่งปิดเขาก็ย้ายไปเช่าคอนโดหรือเช่าบ้านอยู่ มีทุนทรัพย์ที่จะดูแลตัวเองได้ กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มที่ทุนทรัพย์อาจจะน้อยกว่ากลุ่มแรก ก็ได้เข้าพักในโรงแรมที่ทางจังหวัดจัดไว้ให้ มี 2 แห่ง คือ โรงแรมป่าตองเบย์ฮิลล์ และโรงแรมในยางบีชโฮเทล โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวที่ตกค้างเข้าพักในราคาไม่แพง ประมาณไม่เกิน 1,000 บาท มีอาหารเช้าให้ด้วย ส่วนกลุ่มสุดท้ายที่เราให้ความช่วยเหลือ คือกลุ่มที่ไม่สามารถซัพพอร์ทตัวเองได้ งบประมาณไม่เพียงพอที่จะเดินทางกลับได้ ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน เป็นภาพที่ออกไปตามสื่อโซเชียลมีเดีย เป็นชาวรัสเซีย 4 – 5 ราย กลุ่มนี้เราก็ประสานให้ความช่วยเหลือ โดยให้มีการตรวจคัดกรองเชื้อโควิด-19 ก่อน เพื่อให้มั่นใจ ซึ่งต้องขอขอบคุณท่าน ผอ.โรงพยาบาลป่าตอง ท่านนายกเทศมนตรีเทศบาลป่าตอง ที่ให้การประสานงานที่ดีมากในการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวตกค้างกลุ่มนี้ และได้ให้เข้าพักในที่พักที่เราจัดให้ เราได้ประสานทางกงสุลประเทศเขาเพื่อส่งให้เดินทางกลับประเทศได้แล้ว โดยทางศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวได้จัดรถนำส่งไปขึ้นเครื่องบินเที่ยวบินพิเศษที่กรุงเทพฯ บางส่วนขึ้นเครื่องจากภูเก็ต นอกจากการประสานความช่วยเหลือแล้ว ดิฉันได้นำเสนอเรื่องเข้าสู่ส่วนกลางและได้งบประมาณมาส่วนหนึ่ง เพื่อนำไปสนับสนุนโรงแรม 2 แห่งที่ทางจังหวัดจัดไว้รองรับนักท่องเที่ยวตกค้าง โดยสนับสนุนในส่วนของค่าที่พักและค่าอาหารแทนนักท่องเที่ยวตกค้างเป็นจำนวนไม่ต่ำกว่า 200 คน เพื่อแบ่งเบาภาระส่วนหนึ่งของนักท่องเที่ยวที่ได้รับความเดือดร้อนและผู้ประกอบการที่ยื่นมือมาช่วยเหลือ ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ประทับใจกับความช่วยเหลือที่ได้รับ มีการโพสต์ทางสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ รวมทั้งสถานกงสุลรัสเซียก็ได้ทำหนังสือขอบคุณ ททท. ที่ให้การช่วยเหลือดูแลนักท่องเที่ยวอย่างดี โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียซึ่งตกค้างที่ภูเก็ตเยอะที่สุด ความช่วยเหลือต่างๆ เหล่านี้ ททท.ดำเนินการในนามของตัวแทนชาวภูเก็ต และตัวแทนประเทศไทย เพื่อแสดงถึงความมีน้ำใจของคนไทยในยามที่เกิดเหตุวิกฤติเช่นนี้

ความช่วยเหลือในระยะต่อมา คือ ททท. พยายามสร้าง Platform ที่จะเป็นช่องทางการขายให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว หลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย คือเราทำเว็บไซต์ phuketgreattime.com ขึ้นมาให้ผู้ประกอบการสมัครเข้ามาขายสินค้าและบริการได้ตลอดโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ นอกจากนั้น ททท. ยังมีส่วนร่วมให้การสนับสนุนจัดทำอาหารกล่องส่งให้กับบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลที่มีการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 รวมทั้งที่พักของผู้กักตัวที่รอผลตรวจ ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนถึงกลางเดือนมิถุนายน เพื่อเป็นกำลังใจกับด่านหน้าที่ต้องทำงานกันอย่างหนัก  รวมทั้งตอนนี้ด้านหน้าที่ทำการ ททท. สำนักงานภูเก็ต เราก็มีตู้ปันสุขซึ่งจัดทำในนามของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ททท. เราร่วมกับท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ตำรวจท่องเที่ยว กรมพลศึกษา และสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ร่วมกันนำอาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค มาช่วยกันวางในตู้ปันสุข เพื่อแบ่งปันแบ่งเบาให้ชาวภูเก็ตหรือผู้ประสบความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด-19 นั่นคือการให้ความช่วยเหลือในช่วงเวลาที่ผ่านมาจนถึง ณ ปัจจุบัน ในส่วนที่เราสามารถจะช่วยเหลือได้

หลังจากสถานการณ์การระบาดในจังหวัดภูเก็ตเริ่มคลี่คลาย มองทิศทางการท่องเที่ยวภูเก็ตอย่างไรในอนาคต

ปฏิเสธไม่ได้ว่ามากกว่า 95% ภูเก็ตเราต้องพึ่งพาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เมื่อนักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางมาได้ แม้เราจะเปิดร้านอาหาร เปิดโรงแรม หรือธุรกิจอะไรก็ตาม เศรษฐกิจก็คงไม่กลับมาเหมือนเดิมได้ในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน คนภูเก็ตเองช่วงนี้ก็ยังไม่มั่นใจ 100% ที่จะใช้ชีวิตปกติ ออกไปกินข้าวนอกบ้าน หรือไปเที่ยวเหมือนเมื่อก่อน ส่วนหนึ่งประสบปัญหาทั้งโดนลดเงินเดือนหรือโดนเลิกจ้างก็ต้องระมัดระวังกับการใช้จ่าย มาตรการคลายล็อคดาวน์เราก็ยังไม่ชัดเจนพอที่จะแสดงให้เห็นว่าภูเก็ตเรามีความพร้อม คือยังไม่เกิดความความเชื่อมั่นสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามา เราจึงต้องสร้างความเชื่อมั่นตรงนี้ให้เกิดขึ้นให้ได้ก่อน

ททท. สำนักงานภูเก็ต มียุทธศาสตร์อย่างไร ในการฟื้นฟูการท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต ร่วมกับทุกภาคส่วน

ททท. เราได้สร้างมาตรฐานโดยมีตราสัญลักษณ์ที่แสดงความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการ ว่ามาใช้บริการที่นี่แล้วปลอดภัย ปลอดโควิด-19 นั่นเป็นที่มาของโครงการ Amazing Thailand Safety and Health Administration หรือ SHA คือการประเมินสถานบริการที่ได้มาตรฐานด้านสุขอนามัยเชิงการท่องเที่ยว เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและกระทรวงสาธารณสุข โดยความเห็นชอบและให้ความร่วมมือจากผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่ร่วมคิดมาตรฐานนี้ขึ้นมา ซึ่งตอนนี้เราได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว มีผู้ประกอบการสมัครเข้ามาทั่วประเทศประมาณ 1,500 ราย และจังหวัดภูเก็ตเราจะเป็นพื้นที่นำร่องในการตรวจและมอบตราสัญลักษณ์นี้ โดยจะมี 10 ประเภทสถานประกอบการ เช่น โรงแรมที่พัก บริษัทนำเที่ยว ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว ผู้ประกอบการต้องศึกษารายละเอียดว่าแต่ละประเภทสถานประกอบการมีหลักเกณฑ์อย่างไรบ้าง นอกเหนือจากมาตรฐานเบื้องต้น คือ เรื่องของการใส่หน้ากากอนามัย การตรวจคัดกรองวัดอุณหภูมิก่อนเข้าใช้บริการ และการรักษาระยะห่างทางสังคม เมื่อผู้ประกอบการสมัครเข้ามาแล้ว จะมีคณะกรรมการไปตรวจประเมิน ถ้าผ่านการประเมินก็จะได้รับตราสัญลักษณ์ เป็นการรับรองว่าสถานบริการนี้ผ่านมาตรฐาน SHA ซึ่งผู้ประกอบการในจังหวัดภูเก็ตก็สามารถเตรียมความพร้อมศึกษาข้อมูล ดำเนินการตามมาตรฐาน และเข้ารับการประเมิน SHA เมื่อภูเก็ตคลายมาตรการล็อคดาวน์ พร้อมรับนักท่องเที่ยว เราก็จะมีความพร้อมที่จะเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งสัญลักษณ์ SHA นี้จะเป็นเครื่องมือในการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขายในอนาคตทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศ เพราะต่อไปนี้ นักท่องเที่ยวจะเลือกใช้บริการที่ไหนต้องอยู่บนพื้นฐานของความมั่นใจ เขาจะมองหาสัญลักษณ์ SHA ถ้าโรงแรมนี้ไม่มี SHA ก็อาจจะไม่กล้าพัก ไม่รู้ว่าไปพักแล้วจะปลอดภัยหรือเปล่า เราจึงอยากจะเชิญชวนให้ผู้ประกอบการทุกท่านเข้ามาสมัครเพื่อรับการประเมิน SHA

นอกจากนี้ ในส่วนของการวางแผนการตลาด หลังจากโควิด-19 คลี่คลาย ททท. วางแผนที่จะเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดภายในประเทศ อย่างที่เรียนว่าปีที่ผ่านๆ มามีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางมาเที่ยวภูเก็ตถึง 3.9 ล้านคน ในขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติยังเดินทางมาไม่ได้ เราจะเจาะตลาดนักท่องเที่ยวชาวไทยก่อน โดยวางแผนการทำงานเป็น 3 Step โดย Step แรกเราจะทำอย่างไรให้คนภูเก็ตเกิดความมั่นใจที่จะออกมาเที่ยว กล้าออกมาจับจ่ายใช้สอยในตลาด ในห้างสรรพสินค้า เพื่อให้เกิดความเคลื่อนไหว เพื่อให้เศรษฐกิจในพื้นที่เริ่มฟื้นตัว และเกิดภาพว่าภูเก็ตพร้อมแล้ว ภูเก็ตปลอดภัยแล้ว เพื่อสื่อสารออกไปให้ภายนอกได้รับรู้ ซึ่งในขั้นตอนนี้เราก็ได้มีการพูดคุยกับผู้ประกอบการเพื่อเตรียมความพร้อม อย่างถนนคนเดินหลาดใหญ่ หรือหลาดปล่อยของ ก็กำลังจะเปิดตลาดอีกครั้งแบบ New Norm คือ ต้องใส่หน้ากากอนามัย มีการวัดอุณหภูมิคัดกรองก่อนเข้าตลาด มีเจลแอลกออฮอล์ไว้ให้บริการ มีการจัดพื้นที่ขายไม่ให้แออัดหนาแน่น ททท.เอง ก็จะร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ให้ส่วนลดกับผู้ที่ออกมาจับจ่ายใช้สอย นั่นคือ Step แรก Step ต่อมา ในช่วงประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา เราได้ทำแบบสอบถามสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย ว่าหลังโควิด-19 คลี่คลายเขาอยากมาเที่ยวภูเก็ตไหม มากับใคร อยากมาเที่ยวที่ไหน เราได้ข้อมูลสรุปว่า 90% ของผู้ตอบแบบสอบถามอยากมาเที่ยวภูเก็ต ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคกลาง คือคนกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของเรา ตามมาด้วยภาคใต้ ภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคตะวันออก ส่วนใหญ่อยากมาเที่ยวทะเล มาไหว้พระ มารับประทานอาหารพื้นเมืองภูเก็ต จากแบบสอบถามเราได้เห็นข้อมูลว่า นักท่องเที่ยววางแผนจะมาเที่ยวแบบเป็นกลุ่มเล็กๆ คือเที่ยวกับครอบครัว เที่ยวกับเพื่อนสนิท กับคู่รัก ซึ่งเป็นกลุ่มที่เล็กลง นั่งรถมาด้วยกันได้ ไม่ต้องคอยระวังเรื่องการติดเชื้อ Step ต่อไปเราจะดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยในพื้นที่ภาคใต้เข้ามาก่อน เพราะกลุ่มนี้สามารถเดินทางมาภูเก็ตได้ง่ายโดยรถยนต์ส่วนตัว มาเที่ยวภูเก็ต ค้าง 1 – 2 คืน เราวางแผนที่จะส่งเสริมการขาย เช่น เมื่อนักท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้จองที่พักในภูเก็ต ก็อาจจะแถมคูปองเงินสดให้ไปช้อปปิ้งสินค้า หรือรับประทานอาหารที่ร้านมิชลินไกด์ ภายในช่วงเวลาที่กำหนด เราจะดึงผู้ประกอบการมาจัดโปรโมชั่นร่วมกัน Step ที่สาม จะเป็นการดึงนักท่องเที่ยวจากภาคอื่นๆ ทั้งภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคเหนือ ให้มาเที่ยวภูเก็ต โดยเราวางแผนพูดคุยกับสายการบินที่เริ่มมีเที่ยวบินเข้าภูเก็ต จะมีการทำโปรโมชั่นร่วมกัน เช่น จัดแพ็คเกจตั๋วเครื่องบินบวกที่พักราคาพิเศษ แถมอาหารหรือรถเช่าฟรี นี่คือแผนการตลาดภายในประเทศที่เราวางไว้

ส่วนตลาดต่างประเทศเราประเมินว่า นักท่องเที่ยวน่าจะกลับมาเร็วที่สุดประมาณต้นปีหน้า ที่ผ่านมาเราได้มีการเตรียมความพร้อมให้ข้อมูลผู้ประกอบการเกี่ยวกับสถานการณ์ตลาดต่างประเทศ มีการจัด Webminar เป็นการสัมมนาออนไลน์ให้ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. ในต่างประเทศ มาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ทั้งสถานการณ์โควิด-19 ในแต่ละพื้นที่ ประเทศไหน เมืองไหนที่มีความพร้อมที่จะเปิดประเทศ เปิดเมือง หรืออนุญาตให้นักท่องเที่ยวเดินทางได้ก่อน นอกจากนี้เรายังมีการเตรียมเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ โปรดักท์ใหม่ๆ ในพื้นที่ โดยเชิญบริษัทนำเที่ยวที่เป็นผู้ประกอบการในพื้นที่ มาวางแผนร่วมกัน เราให้การบ้านผู้ประกอบการไปคิดเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ เพื่อเจาะตลาดครอบครัว ตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มผู้หญิงที่เที่ยวเป็นกลุ่มเพื่อน กลุ่มไหนที่ ททท. เห็นว่าน่าสนใจ ก็จะมีงบประมาณสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไปพัฒนาโปรดักท์ ถือว่าเป็นการช่วยเยียวยาผู้ประกอบการอีกทางหนึ่ง ดิฉันมีโอกาสได้ประชุมร่วมกับ ผอ.ททท. สำนักงานในญี่ปุ่นทั้ง 3 ท่าน คือ สำนักงานโตเกียว โอซาก้า และฟุกุโอกะ ทราบว่าญี่ปุ่นเองก็สนับสนุนให้ประชาชนของเขาเที่ยวในประเทศก่อน โดยจัดโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมเช่นกัน เมื่อถึงโอกาสที่เปิดให้มีการเดินทางระหว่างประเทศ คาดว่ากลุ่มที่จะเดินทางมาเมืองไทยกลุ่มแรกๆ น่าจะเป็นกลุ่มนักธุรกิจที่มีการลงทุนในประเทศไทย เดินทางมาทำธุรกิจด้วยพักผ่อนด้วย ซึ่งกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีความเป็นไปได้ที่จะมาภูเก็ต นอกจากนี้เรากำลังมองโมเดลทางการตลาดใหม่ๆ ที่เรียกว่า Travel Bubble ซึ่งเป็นการจับคู่ระหว่างประเทศที่มีความเชื่อมั่นร่วมกัน เช่น ตอนนี้ออสเตรเลียกำลังจะจับคู่กับนิวซีแลนด์ ทั้งสองประเทศนี้ควบคุมการระบาดได้ค่อนข้างดี มีการตกลงร่วมกันที่จะเปิดให้ประชาชนทั้งสองประเทศเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศได้โดยไม่มีการกักตัว เป็นโมเดลที่น่าสนใจสำหรับประเทศไทยที่จะพิจารณาว่ามีประเทศหรือเมืองไหนที่จะสามารถจับคู่กับเราได้ มีการเจรจาร่วมกัน ซึ่งโมเดลนี้นอกจากสองประเทศตกลงร่วมกันแล้วยังต้องมีสายการบินเข้ามาร่วมทำข้อตกลงด้วย ส่วนตัวดิฉันมองว่าประเทศที่มีความน่าสนใจที่จะจับคู่กับไทยได้ นอกจากตลาดญี่ปุ่นก็อาจจะเป็นตลาดเวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศที่มีคุณสมบัติเหมาะสมหลายๆ อย่าง มีการควบคุมการระบาดได้ดี ใช้เวลาเดินทางไม่นานไม่เกิน 1 ชั่วโมงเศษ ดิฉันคิดว่าช่วงเวลานี้ เราจำเป็นต้องพิจารณาตลาดใหม่ๆ ที่เราอาจจะยังไม่เคยเข้าไป เพื่อเป็นทางเลือกและเป็นทางรอดของภูเก็ตในอนาคตด้วย

ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ภาคการท่องเที่ยวภูเก็ตฟื้นตัวได้อย่างสวยงามอีกครั้งคืออะไรบ้าง

คิดว่าตอนนี้ต้องเป็นความร่วมมือของทุกคนในภูเก็ต ไม่ว่าคุณจะเป็นคนภูเก็ต คนต่างจังหวัด คนต่างชาติ ที่มาทำมาหากินในภูเก็ต หรือใครก็ตามที่อยู่ในภูเก็ต ณ เวลานี้เราต้องร่วมมือกันโดยการปฏิบัติตามมาตรการของภาครัฐ ใส่แมสก์ รักษาระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ ที่สำคัญคือการที่ภูเก็ตจะกลับมาฟื้นฟูได้อย่างเดิมต้องใช้เวลา คาดว่าคงไม่ต่ำกว่า 2 ปี ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เกิดความรู้สึกมั่นใจว่าปลอดภัยจริงๆ คือการผลิตวัคซีนป้องกันให้ได้ แต่ระหว่างนี้สิ่งที่สำคัญคือเราต้องปรับตัวเอง ต้องเปิดรับกับ New Norm ต้องรับมือกับมันและอยู่กับมันให้ได้

ในสถานการณ์วิกฤติเช่นนี้ อยากฝากอะไรถึงภาคธุรกิจท่องเที่ยวภูเก็ต ซึ่ง ททท.เองก็ทำงานร่วมกันกับทุกฝ่าย ช่วยเหลือกันเติบโตมาด้วยกัน

สิ่งที่สำคัญก็คือการประสานความร่วมมือกันให้เหนียวแน่นมากกว่าเดิม เพราะต่อจากนี้ไป ทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว แต่ความรักความสามัคคีที่เรามีอยู่ต้องให้เหนียวแน่นมากกว่าเดิม พลังของความสามัคคีความร่วมมือกันจะทำให้เราฝ่าฟันวิกฤตินี้ไปได้ อยากให้ทุกท่านมีกำลังใจ มีแรงที่จะก้าวเดินต่อไป หันมามองซึ่งกันและกัน เราจะอยู่คนเดียวไม่ได้อีกแล้ว ดิฉันเชื่อว่าอีกไม่นานภูเก็ตเราจะกลับมาเฟื่องฟูเหมือนเดิม เพราะภูเก็ตวันนี้สวยงามบริสุทธิ์มาก ธรรมชาติปรับสมดุลให้เราแล้ว ดิฉันอยากให้ทุกคนมองว่าสิ่งที่เราสูญเสียไปในเชิงธุรกิจ แต่เราได้กำไรกลับคืนมา นั่นคือธรรมชาติที่ฟื้นฟูกลับมาสวยงาม เป็นภาพที่เราอยากเห็นภูเก็ตสวยงามเช่นนี้ตลอดไป ภูเก็ต ณ วันนี้สวยงามกว่าเดิม เป็นสิ่งที่เราได้กลับคืนมาซึ่งประเมินค่าไม่ได้เลย