content-post.php

Phuket Brain Health Institute

Posted on

ถ้าวันหนึ่งชีวิตคุณมีพร้อมทุกอย่าง แต่คุณจำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่ตัวคุณเอง ชีวิตจะมีความหมายอะไร เป็นคำถามที่ชวนให้ขบคิดว่าทุกวันนี้เราทุ่มเทให้กับการทำงานเพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายคือความสำเร็จในหน้าที่การงาน ความมั่งคั่งร่ำรวย จนลืมดูแลสมบัติที่มีค่าที่สุด คือร่างกายและสมองของเราหรือไม่ สมองซึ่งเป็นเหมือนศูนย์กลางที่ควบคุมทุกอย่างในร่างกาย ทั้งกลางวันที่เราตื่นและกลางคืนที่เราหลับ ถ้าเราดูแลสมองดีก็เท่ากับเป็นการปูพื้นฐานที่ดีให้กับตัวเองในอนาคต และการดูแลสมองไม่ใช่เพียงการกินวิตามินบำรุงวันละเม็ด แต่ยังมีแนวทางในการดูแลและพัฒนาศักยภาพของสมองอีกมากมายหลายวิธี ที่ต้องการผู้เชี่ยวชาญมาช่วยวิเคราะห์ ชี้แนะ ตลอดจนดูแลรักษา สิ่งเหล่านี้คือบริการที่ Phuket Brain Health Institute สถาบันพัฒนาศักยภาพสมองแห่งเดียวในประเทศไทยและในทวีปเอเชีย สามารถให้บริการได้

แพทย์หญิงกัญญา เต็มเกียรติวิเศษ ผู้อำนวยการศูนย์ตรวจวิเคราะห์และเสริมสร้างศักยภาพทางสมอง หรือ Phuket Brain Health Institute โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต แนะนำให้รู้จักกับสถาบันแห่งนี้ว่า “ปัจจุบันในกลุ่มโรคเกี่ยวกับสมอง เช่น สมองเสื่อม นั้นพบว่าทั่วโลกให้ความสำคัญกับการป้องกันกันมากขึ้น การรักษาเป็นได้เพียงการประคับประคอง เพราะสมองถ้าเสื่อมไปแล้วก็ไม่สามารถทำให้กลับมาใช้งานได้เหมือนเดิมแล้ว มีผลการศึกษาทางการแพทย์ที่ระบุว่าถ้าเราดูแลสมองดีตั้งแต่ต้น ก็สามารถชะลอการเสื่อม หรือยืดระยะเวลาการใช้งานของสมองหรือช่วยให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น แนวคิดนี้ในต่างประเทศเป็นที่สนใจกันมาก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ทางโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตเล็งเห็นว่าเรามีทีมบุคลากรที่มีความพร้อม จึงได้ก่อตั้งสถาบันนี้ขึ้นที่ภูเก็ต เพื่อรองรับกลุ่มผู้ใส่ใจสุขภาพและให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพสมอง”

“กลุ่มเป้าหมายของ Brain Health Instituteแห่งนี้ หลายคนอาจคิดว่า ต้องเป็นผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์ แต่แท้จริงแล้วคุณหมอกัญญาแนะนำว่า การดูแลและพัฒนาศักยภาพสมองนั้นควรเริ่มตั้งแต่วัยหนุ่มสาว “กลุ่มที่เราโฟกัสคือกลุ่มคนทำงาน อายุประมาณ 35 – 40 ปีขึ้นไป เพราะเป็นกลุ่มที่ใช้งานสมองมาระยะหนึ่ง เริ่มมีความเครียดจากการทำงาน เริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพ พูดถึงสมองบางคนจะมองแค่โรคความจำเสื่อม ซึ่งเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น การทำงานของสมองยังมีอีกหลายส่วน ทั้งการแก้ปัญหา การคำนวณ การตัดสินใจ การควบคุมการทำงานของร่างกาย ซึ่งเราสามารถพัฒนาศักยภาพได้และถ้าเริ่มดูแลป้องกันตั้งแต่อายุยังไม่มากคือประมาณวัยทำงาน ก็จะช่วยเพิ่มศักยภาพสมองให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้ เหมือนดินสอที่ถูกเหลาให้แหลมอยู่เสมอ”

ภายใน Brain Health Institute ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 8 ของโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต บรรยากาศดูสบายๆ การตกแต่งค่อนข้างแตกต่างจากความเป็นโรงพยาบาล เมื่อเข้ามาให้ความรู้สึกเหมือนมาเชคอินเพื่อเข้าพักในโรงแรมหรือรีสอร์ทมากกว่ามานอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล คุณหมอกัญญาอธิบายถึงการทำงานของสถาบันแห่งนี้ว่า “บริการของสถาบันมีตั้งแต่การเข้ามารับคำปรึกษา ตรวจวิเคราะห์การทำงานของสมองซึ่งอาจใช้เวลาไม่เกิน 1 วัน  รวมทั้งมีโปรแกรม Brain Health ที่เหมือนคุณมาเข้าคอร์สดูแลสมองเป็นระยะเวลา 3, 5 หรือ 7 วัน ตามความสะดวกและเหมาะสม ทีมผู้เชี่ยวชาญของสถาบันจะพูดคุยสอบถามข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับตัวคุณว่ามีรูปแบบการดำเนินชีวิตอย่างไร สำรวจพฤติกรรมการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย รวมทั้งการนอน ซึ่งทุกองค์ประกอบมีผลต่อการทำงานของสมอง มีการตรวจสุขภาพ ตรวจสมองด้วยเครื่อง MRI เพื่อหาความผิดปกติของสมองทางกายภาพ รวมทั้งสามารถทำให้เห็นขนาดและรูปร่างสมองของคุณด้วย ตรวจการนอนหลับ หรือ Sleep Disorder Test มีผู้เข้ามารับบริการหลายคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองมีปัญหาหยุดหายใจขณะหลับซึ่งส่งผลต่อการทำงานของสมอง เมื่อตรวจพบเราก็จะได้แก้ไขให้ดีขึ้น การตรวจประเมินทางจิตวิทยาหรือ Cognitive test ซึ่งจะมีแบบทดสอบให้ทำ เช่น ให้คิดเลขเร็ว ให้เล่นเกมต่างๆ เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดไปกำหนดแนวทางในการพัฒนาสมองให้ดีขึ้นแบบรายบุคคล หลังจากนั้นทีมของเราจะให้คำแนะนำว่าคุณควรจะดูแลปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างไร”

“โปรแกรมของสถาบันจะเป็นลักษณะของ How to ที่จะบอกว่าคุณต้องทำอย่างไรเพื่อให้สมองคุณดีขึ้น เป็น How to แบบรายบุคคลที่ดูแลแบบองค์รวม หลังจากการตรวจประเมินเบื้องต้นก็จะมีกิจกรรมต่างๆ ซึ่งเป็นกระบวนการพัฒนาศักยภาพสมอง เช่น มีกิจกรรมทำอาหาร คุณจะได้รับคำแนะนำจาก ‘นักกำหนดอาหาร’ ซึ่งจะช่วยวิเคราะห์ให้ว่าสมองของคุณต้องการสารอาหารประเภทไหนเป็นพิเศษ และจะนำวัตถุดิบที่มีสารอาหารเหล่านั้นมาปรุงเป็นเมนูที่คุณชอบรับประทานได้อย่างเอร็ดอร่อยอย่างไร การออกกำลังกาย จะมี Personal Trainer เป็นนักวิทยาศาสตร์การกีฬาที่ช่วยออกแบบให้ว่าคุณเหมาะกับการออกกำลังกายแบบไหน อย่างไร เพื่อช่วยส่งเสริมการทำงานของสมอง รวมทั้งการออกกำลังกายสมอง คือการพัฒนาการทำงานของสมองผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การเล่นเกม การต่อจิ๊กซอว์ การฝึกทำในสิ่งที่เราไม่ถนัด รวมทั้งการนั่งสมาธิก็มีส่วนช่วยเพิ่มศักยภาพสมองด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีการใช้ Hyperbaric Oxygen Therapy หรือการให้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายในภาวะความดันสูงกว่าปกติเล็กน้อยเพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจนในร่างกายและสมอง ซึ่งมีการศึกษาพบว่ามีผลดีต่อการทำงานของสมอง”

“อีกปัจจัยที่สำคัญมากคือการนอน ภายในสถาบันนอกจากมีห้องกิจกรรมต่างๆ ที่แบ่งเป็นสัดส่วนแล้ว พื้นที่ส่วนหนึ่งเราออกแบบให้เป็นห้องพักสำหรับผู้เข้ารับบริการที่มีความเป็นส่วนตัว ภายในห้องนอนถูกตกแต่งและจัดสิ่งแวดล้อมให้เหมาะกับการนอนที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งติดตั้งเครื่องตรวจการนอนหลับเพื่อหาความผิดปกติขณะหลับ คุณสามารถใช้เวลาในการทำกิจกรรมต่างๆ ระหว่างอยู่ในโปรแกรมที่สถาบันได้อย่างผ่อนคลาย หรือหากต้องการเปลี่ยนบรรยากาศการพักผ่อน ทางสถาบันมีความร่วมมือกับอมาธารา เวลเนส รีสอร์ท ในการจัดแพ็กเกจร่วมกัน คุณอาจจะใช้เวลาส่วนหนึ่งไปพักที่นั่นซึ่งมีทีมเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ทางการแพทย์คอยดูแลอย่างใกล้ชิด มีกิจกรรมออกกำลังกายและบริการอาหารในบรรยากาศรีสอร์ทริมทะเล ก็เป็นอีกทางเลือกที่สามารถเลือกได้ตามความต้องการ”

หลังจากผ่านกิจกรรมต่างๆ ซึ่งเป็นแนวทางในการดูแลพัฒนาศักยภาพสมองที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลแล้ว ทางสถาบันจะมีคู่มือให้นำกลับไป ซึ่งประกอบไปด้วยข้อมูลทางการแพทย์ และคำแนะนำว่าคุณควรปฏิบัติตัวอย่างไร ทั้งการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การนอน ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างไร เพื่อจะได้นำกลับไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นผลดีในการพัฒนาศักยภาพสมอง และสถาบันจะมีการติดตามผลหลังให้บริการเป็นระยะๆ

“ความพร้อมของสถาบันนั้นนอกจากในเรื่ององค์ความรู้ สถานที่ เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ แล้ว ในส่วนของบุคลากรเราทำงานกันเป็นทีม ทั้งแพทย์เฉพาะทางด้านสมอง นักจิตวิทยา นักกำหนดอาหาร เชฟ นักวิทยาศาสตร์การกีฬา เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย จะมีการส่งต่อข้อมูลกัน จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาที่รับบริการในโปรแกรม ตั้งแต่หิ้วกระเป๋ามาจากสนามบินก็จะมีบริการรถรับส่ง ผู้เข้ารับบริการจากสถาบันที่ผ่านมาเกือบ 100% เป็นชาวต่างชาติ เป็นกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ หรือเป็นผู้บริหารที่มีความเครียดสูง ถือโอกาสเดินทางมาท่องเที่ยวพักผ่อนที่ภูเก็ตด้วยและมาดูแลสุขภาพสมองไปด้วยพร้อมกัน”

“เรื่องของสมองหลายคนอาจจะคิดว่า รอให้มีความผิดปกติก่อนค่อยเข้ามาหาหมอหรือเข้ามาตรวจ แต่จริงๆ แล้วไม่ต้องรอให้เกิดความผิดปกติใดๆ ก็ควรจะเริ่มดูแลเพื่อป้องกันความผิดปกติที่จะเกิดขึ้น สมองเป็นศูนย์กลางของร่างกาย เป็นตัวบัญชาการทั้งหมด มีแนวทางการพัฒนาสมองมากมายที่เราสามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน แล้วคุณจะเห็นศักยภาพของตัวเองที่ดีขึ้นกว่าเดิม” คุณหมอกัญญา ผู้อำนวยการ Phuket Brain Health Institute ฝากทิ้งท้าย

http://www.phukethospital.com/Health-Centre/Brain-Health-Institute.php

https://www.facebook.com/PhuketBrainHealthInstitute/