content-post.php

พิพิธภัณฑ์จุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง

Posted on

แสงจากตะเกียง 9 ดวง บนยอดเสาโกเต๊ง อันเป็นสัญลักษณ์ของประเพณีถือกินผักจังหวัดภูเก็ต กำลังจะส่องแสงสว่างอีกครั้งในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แม้ว่าในปีนี้จะเป็นปีแห่งการระบาดของโควิด-19 ซึ่งทำให้เราต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวหลายๆ อย่าง รวมทั้งการถือศีลกินผัก แบบ New Normal แต่แก่นแท้ของประเพณี ก็ยังเป็นสิ่งที่ชาวภูเก็ตยังต้องอนุรักษ์และร่วมกันสืบสาน

ความหมายของตะเกียง 9 ดวง ประวัติความเป็นมาของประเพณีแห่งความศรัทธาอันเก่าแก่ วิถีและวิธีปฏิบัติที่สืบทอดกันมา เชื่อว่าหลายๆ ท่านแม้จะร่วมประเพณีถือศีลกินผักเป็นประจำทุกๆ ปี แต่ก็อาจจะยังไม่เข้าใจถึงความหมายและที่มาที่ไปอย่างถ่องแท้ จึงเป็นเรื่องน่ายินดีที่ได้มีแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับประเพณีถือศีลกินผักเกิดขึ้น และสถานที่แห่งนั้นคือ “พิพิธภัณฑ์จุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง” ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยนั่นเอง

ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยนั้น นับเป็นศาลเจ้าที่ประกอบพิธีถือศีลกินผักอย่างยิ่งใหญ่และมีผู้คนหลั่งไหลมาร่วมพิธีกรรมอย่างล้นหลามเป็นประจำทุกปี อีกทั้งยังมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน พิพิธภัณฑ์จุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง จึงเป็นสถานที่ที่จะถ่ายทอดเรื่องราวประวัติความเป็นมาของศาลเจ้าให้คนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวได้มาเรียนรู้และทำความเข้าใจ

สืบเนื่องมาจากเมื่อปี พ.ศ.2562 ที่ผ่านมา เป็นวาระที่ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยมีการฉลองครบรอบ 108 ปี ที่ศาลเจ้าได้มาตั้งอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ คณะกรรมการศาลเจ้าได้ร่วมกันจัดทำหนังสือที่ระลึก โดยมีการสัมภาษณ์ผู้อาวุโสในศาลเจ้า บุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับศาลเจ้า รวมทั้งผู้คนในชุมชนละแวกใกล้เคียงศาลเจ้า ได้ร่วมกันถ่ายทอดข้อมูลเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา ความศรัทธาที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ทำให้มีทั้งข้อมูลจากการสัมภาษณ์ ภาพถ่ายเก่าๆ รวมทั้งวัตถุสิ่งของโบราณ จากการเก็บข้อมูลในครั้งนั้นมากมาย ประกอบกับในศาลเจ้าเองก็มีวัตถุโบราณ ข้าวของเครื่องใช้เก่าแก่ที่เก็บเอาไว้ ประธานศาลเจ้าจึงมีแนวคิดว่าควรจัดทำพิพิธภัณฑ์ขึ้นมาเพื่อนำเสนอข้อมูล ความรู้ และนำวัตถุสิ่งของโบราณที่มีคุณค่าเหล่านี้มาจัดแสดงให้เกิดประโยชน์ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของพิพิธภัณฑ์จุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้งแห่งนี้

ในการดำเนินการเพื่อให้พิพิธภัณฑ์จุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้งเกิดเป็นรูปเป็นร่างขึ้นนั้น ได้รับการสนับสนุนจากโครงการพัฒนาคลังข้อมูลชุมชนและเครือข่ายข้อมูล ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร(องค์กรมหาชน) ที่ให้คำแนะนำแนวทางในการจัดแสดงข้อมูล โดยแบ่งตามลำดับเวลา  ย้อนไปตั้งแต่อดีตที่ศาลเจ้าย้ายมาจากซอยรมณีย์ มาตั้งอยู่ ณ ที่แห่งนี้ และมีวิวัฒนาการมาจนถึงปัจจุบัน

การจัดแสดงข้อมูลในพิพิธภัณฑ์จะแบ่งเป็น 4 ห้อง เริ่มจาก “ร่องรอยจุ้ยตุ่ย” บอกเล่าความเป็นมาของประเพณีถือศีลกินผักที่เริ่มต้นจากคณะงิ้วที่มาจากเมืองจีน มาทำการแสดงอยู่ในซอยรมณีย์และมีการถือศีลกินผักจนได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของประเพณีถือศีลกินผักของศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย ภายหลังเกิดเหตุไฟไหม้ ศาลเจ้าจึงได้มีการย้ายตั้งอยู่ ณ สถานที่ในปัจจุบัน ภายในห้องนี้จัดแสดงภาพถ่ายศาลเจ้านับแต่อดีตที่ยังเป็นเพิงมุงหลังคาจาก ผ่านแต่ละยุคกว่าจะมาเป็นศาลเจ้าที่สวยงามสง่าเช่นปัจจุบัน ห้องที่สอง “แก่นแท้ กินผัก กิ๊วอ๋อง” มีการแสดงถึงความหมายของตะเกียง 9 ดวง และองค์กิ๊วอ๋องไต่เต่ อันเป็นหัวใจสำคัญของประเพณีถือศีลกินผัก และนัยยะที่แฝงอยู่ ห้องที่สาม “ศาลเจ้า ศูนย์รวม ศรัทธา ศักดิ์สิทธิ์” สะท้อนให้เห็นว่าศาลเจ้าคือศูนย์รวมจิตใจของผู้คนในชุมชนทุกอาชีพ ทุกชนชั้น และห้องที่สี่ “เจียะฉ่ายแค่จุ้ยตุ่ย” ซึ่งจะเป็นการให้ข้อมูลกิจกรรมและพิธีกรรมในแต่ละวันระหว่างประเพณีถือศีลกินผัก 9 วัน ของศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย รวมทั้งแนะนำร้านอาหารเจร้านดังในย่านศาลเจ้าอีกด้วย

นอกจากข้อมูลความรู้ ภาพถ่ายเก่าๆ ที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่าง คือ วัตถุโบราณที่จัดแสดง ไม่ว่าจะเป็น กระถางธูป เครื่องมือประกอบพิธี กลอง ฉาบ ประตูไม้ซึ่งเคยเป็นประตูศาลเจ้า ถ้วยชา จานชาม กิมซิ้น หรือรูปปั้น รูปแกะสลักองค์เทพเจ้า อาวุธโบราณ ล้วนเป็นของเก่าแก่โบราณที่ผ่านการใช้งานจริง สะท้อนเรื่องราวทรงคุณค่าทางความทรงจำ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่เพียงให้ข้อมูลความรู้ที่จะเป็นประโยชน์ต่อคนรุ่นหลัง และนักท่องเที่ยว ที่อยากจะทำความเข้าใจกับประเพณีถือศีลกินผักของศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยและจังหวัดภูเก็ตให้ลึกซึ้งมากขึ้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของความเชื่อความศรัทธา ความผูกพันที่ผู้คนในชุมชนมีต่อศาลเจ้า ซึ่งนับเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน สิ่งนี้ยิ่งทำให้พิพิธภัณฑ์มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น พิพิธภัณฑ์จุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.30 -16.00 น. โดยจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในเทศกาลถือศีลกินผักปีนี้ มาร่วมถือศีลกินผักที่จังหวัดภูเก็ตแล้ว ต้องอย่าพลาดที่จะเข้ามาเยี่ยมชม

Facebook