content-post.php

ขยะชายหาด คิดก่อนทิ้ง เพื่อสิ่งแวดล้อม

Posted on

“โอ้ทะเลแสนงาม ถุงพลาสติกใสๆ กระป๋องเบียร์นั่นไง ลอยอยู่ในทะเล หาดทรายงามเห็นโฟม ก้นบุหรี่ลานตา ขวดแก้วนานา อยู่ในท้องทะเล” คงไม่ดีแน่ ถ้าเด็กรุ่นใหม่จะต้องร้องเพลงโอ้ทะเลแสนงามกันแบบนี้ เพราะขยะชายหาดกำลังเป็นปัญหาที่น่าเป็นห่วง ภาพของเต่าทะเลที่เกยหาดตายเพราะกลืนถุงพลาสติกเข้าไป ปูเสฉวนที่อาศัยในฝาขวดแทนเปลือกหอย รวมทั้งสัตว์ทะเลอื่นๆ ที่ต้องจบชีวิตเพราะขยะทางทะเล มีให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ การทิ้งขยะแม้เพียงชิ้นเล็กๆ บนชายหาดหลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยไม่เห็นเป็นไร แต่ขยะชายหาดในมือคุณหากทิ้งไม่ถูกที่ นอกจากจะทำลายความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยว ยังอาจจะทำลายชีวิตสัตว์ทะเล และขยะชิ้นเล็กๆ เหล่านั้น อาจจะใช้เวลานานแสนนานกว่าจะย่อยสลาย เรามาดูกันว่า ขยะชายหาดแต่ละชนิดใช้เวลาย่อยสลายนานแค่ไหน จะได้ช่วยเตือนใจว่า ถ้ารักชายหาด อย่าทิ้งขยะเรี่ยราดกันเลยนะ

ก้นบุหรี่

แม้ว่าตอนนี้กฎหมายห้ามสูบบุหรี่และทิ้งขยะบริเวณชายหาดกำลังจะถูกบังคับใช้ แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมทุกหาด ในขณะที่ก้นบุหรี่เป็นขยะชายหาดที่มักพบเป็นอันดับต้นๆ เพราะนักสูบมักมีพฤติกรรมเคยชินสูบตรงไหนก็ดีดก้นบุหรี่ทิ้งตรงนั้น ไม่เดินไปทิ้งลงถังขยะ เพราะคิดว่าเป็นขยะชิ้นเล็กๆ แต่แท้ที่จริงแล้วก้นบุหรี่ที่ถูกทิ้งบนชายหาดเป็นขยะที่เก็บไปกำจัดยากที่สุด ด้วยความที่มันชิ้นเล็กนี่แหละ เราจึงอยากเตือนใจนักสูบว่า ก้นบุหรี่ชิ้นเล็กแค่นี้ ใช้เวลาย่อยสลายนานถึง 5 ปีเลยเชียวนะ ทางที่ดีอย่าสูบบุหรี่บนชายหาดเลย ผิดกฎหมายแถมทำลายสิ่งแวดล้อมด้วย

ถุงพลาสติก

ถุงพลาสติกเป็นขยะยอดฮิตที่พบได้ทุกที่ รวมทั้งบนชายหาด ด้วยพฤติกรรมที่เรามักจะหอบหิ้วอาหารขนมไปกินบนชายหาด และอาหารขนมต่างๆ ส่วนใหญ่ใส่ในถุงพลาสติกทั้งนั้น กินเสร็จบางครั้งก็ละเลยที่จะรวบรวมถุงพลาสติกไปทิ้งลงถังขยะให้เรียบร้อยก่อนกลับ ถุงพลาสติกจึงกลายเป็นวิญญาณล่องลอยอยู่ริมหาด บางครั้งก็ถูกคลื่นซัดลอยไปในทะเล และใช้เวลานาน 10-20 ปีกว่าจะย่อยสลาย ถุงพลาสติกเหล่านี้เมื่อลอยในทะเลมีลักษณะคล้ายแมงกะพรุน หรือสาหร่ายทะเล สัตว์ทะเลเข้าใจว่าเป็นอาหารของพวกมันก็กินเข้าไป กลายเป็นสิ่งแปลกปลอมที่ทำให้มันเสียชีวิต ถุงพลาสติกจึงเป็นปีศาจขยะตัวร้ายที่มาจากความมักง่ายของมนุษย์

แห อวนตกปลา

ขยะชายหาดประเภทนี้ ส่วนใหญ่มาจากการทำประมง แห อวนซึ่งทำมาจากวัสดุประเภทไนลอน ใช้เวลาย่อยสลายนาน 30-40 ปี ขยะประเภทนี้มักพบว่าเมื่อลอยในทะเลจะไปพันรัดอวัยวะของสัตว์ทะเลต่างๆ ทำให้บาดเจ็บ ไม่สามารถว่ายน้ำได้อย่างปกติ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

กล่องโฟม

ไก่ย่าง ลูกชิ้น ส้มตำ ปลาเผา เมนูเหล่านี้เป็นเมนูยอดฮิตสำหรับการนั่งปิกนิกริมทะเล และเพื่อความสะดวกสบาย คนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะร้านขายอาหารก็มักเลือกใช้กล่องโฟม จานหรือถ้วยโฟม ใส่อาหารเพื่อความสะดวก ลดภาระในการเก็บล้างจานชาม ภาชนะโฟมเหล่านี้ถ้าถูกเก็บทิ้งในถังขยะดีๆ ก็อาจจะถูกนำไปกำจัดอย่างเหมาะสม แต่ถ้าเจอวงปิกนิกที่ไร้จิตสำนึกทิ้งเรี่ยราด มันก็อาจจะกลายเป็นขยะบนชายหาดที่มีชีวิตยืนยาวถึง 50 ปีเลยทีเดียว ขยะโฟมเป็นขยะที่สร้างสารพิษให้สิ่งแวดล้อมอยู่แล้วไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนไม่เฉพาะแค่บนชายหาด ถ้าเราลดการใช้โฟมได้ก็ยิ่งดีกับโลกของเรา

กระป๋องอลูมิเนียม

บรรยากาศดีๆ ริมชายหาด แน่นอนล่ะว่าบางครั้งมันเหมาะกับการนั่งดริ๊งค์ หรือจิบเครื่องดื่มเคล้าเสียงคลื่นให้สบายใจเป็นอะไรที่สุดชิลล์ แต่ถ้ากระป๋องเครื่องดื่มเหล่านั้นถูกโยนทิ้งบนชายหาด บรรยากาศสุดชิลล์จะถูกทำลายลงไปทันที เพราะนอกจากกระป๋องต่างๆ จะทำให้ชายหาดสกปรกแล้ว มันยังใช้เวลาย่อยสลายนานถึง 80-100 ปี เรียกว่าใช้เวลามากกว่าทั้งชีวิตของคนๆ หนึ่งเลยก็ว่าได้ กระป๋องเหล่านี้หากถูกทิ้งอย่างเหมาะสมจะเป็นขยะที่มีมูลค่ามีราคา ดีกว่ามาทิ้งขว้างไร้ประโยชน์แน่นอน

ขวดพลาสติก

450 ปี คือระยะเวลาในการย่อยสลายของขวดพลาสติก ขวดน้ำดื่มที่เราใช้แล้วทิ้งกันแทบจะรายวันนี่แหละ เปรียบเทียบกันขำๆ ว่าเราเกิดใหม่อีก 6-7 รอบ ขวดพลาสติกพวกนี้ก็ยังไม่หายไปจากโลก แต่ขวดพลาสติกเป็นขยะที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้หากมีการคัดแยกทิ้งอย่างถูกต้อง ฉะนั้นขวดน้ำดื่มที่คุณพกติดตัวไปตอนเที่ยวทะเล เก็บกลับมาทิ้งลงถังขยะให้ถูกที่เถอะนะ อย่าปล่อยให้มันอยู่รกโลกไปอีก 450 ปีเลย

ขวดแก้ว

เป็นขยะอีกประเภทที่พบบ่อยจากพฤติกรรมการดื่มกินริมชายหาดอีกเช่นกัน ขวดสุรา เบียร์ เครื่องดื่มชูกำลัง ที่ถูกทิ้งตามชายหาดถ้าขวดแตก เศษแก้วอาจบาดเท้านักท่องเที่ยวที่ไปเดินเล่น เป็นอันตรายที่ต้องระมัดระวัง มากไปกว่านั้น ขวดแก้วเหล่านี้เป็นขยะที่ใช้เวลาย่อยสลายนานถึง 1 ล้านปี เวลาอันยาวนานขนาดนั้นจะเรียกว่าไม่ย่อยสลายเลยก็ว่าได้ ขวดแก้วจึงสมควรอย่างยิ่งที่จะถูกนำมาใช้ซ้ำ หรือนำไปรีไซเคิล เพราะหากถูกทิ้งไว้ในสิ่งแวดล้อมมันจะกลายเป็นสิ่งแปลกปลอมที่ไม่ย่อยสลายไปเองตามธรรมชาติ