Home

 

การประชุมแนวทางในการอำนวยความสะดวก และรักษาความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต ณ โรงแรมภูเก็ตแกรซแลนด์ รีสอร์ท แอนด์สปา

 

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2556 ที่ผ่านมา นายกว่าน มู่ เอกอัครราชฑูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย เป็นประธานในการประชุมหารือแนวทางในการอำนวยความสะดวก และมาตรการดูแลความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว สำหรับนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต

โดยมีนายขจร วีระใจ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายสรรเสริญ เงารังษี รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ดร.สมหมาย ปรีชาศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต , นายชาญชัย   ดวงจิตต์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย

ในที่ประชุมนายกว่าน  มู่กล่าวว่าในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาท่องเที่ยวยังประเทศไทยเพิ่มขึ้นทุกปี แต่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเหล่านั้นยังคงประสบปัญหาต่างๆ อาทิเช่น ปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญ, ปัญหามัคคุเทศก์ภาษาจีนไม่เพียงพอ, ปัญหาขาดป้ายแจ้งเตือนเป็นภาษาจีน และปัญหามิจชีพเป็นต้น

ด้านนายวีระใจ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่าปัญหาดังกล่าวทางรัฐบาลมิได้นิ่งดูดาย บางปัญหาได้มีการแก้ไข หรือประสานงานกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้หน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนต่างร่วมเสนอแนะแนวทางในการอำนวยความสะดวก และมาตรการดูแลความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวในครั้งนี้ด้วย

 

 

 

Posted 18th May 2013, by admin, and filed under Tourism Authority of Thailand, Tourist attractions in Phuket

ททท.เปิดแคมเปญใหม่ ชวนเที่ยวแบบจิตอาสา

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญการท่องเที่ยวเมืองไทยรูปแบบใหม่ล่าสุด เปิดรับสมัครนักท่องเที่ยวหนุ่ม-สาวรุ่นใหม่ที่มีจิตอาสาทั่วโลก ร่วมแข่งขันท่องเที่ยวพร้อมทำกิจกรรมสาธารณกุศลในประเทศไทยเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อระดมทุน จำนวน 5,000 เหรียญสหรัฐ มอบให้กับโครงการอนุรักษ์ในพื้นที่ท่องเที่ยวของไทย ผ่านแคมเปญการตลาดออนไลน์ THE LITTLE BIG PROJECT ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 20 พฤษภาคม 2556

 

 

มหัศจรรย์ ภูเก็ต พังงา เที่ยวเป็นคู่ 8,255 บาท/ท่าน

มหัศจรรย์ ภูเก็ต พังงา เที่ยวเป็นคู่ 8,255 บาท/ท่าน ราคานี้รวมตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพ-ภูเก็ต พร้อมมีรถให้ขับ 3 วัน ห้องพัก 2 คืน สามารถเลือกโรงแรมได้ถึง 12 แห่ง ทั้งในภูเก็ต และพังงา อาทิ The Village Coconut Island ,Chandara Resort & Spa, Two Villas Holiday บรรยากาศร่มรื่น มีสระว่ายน้ำส่วนตัว  พร้อมห้องพักหรูหราแบบวิลล่าที่คุณไม่คาดฝัน จองก่อนได้สิทธิ์ก่อนนะค่ะ ถูกกว่านี้ไม่มีในโลก ใช้ได้ 20 เมษายน – 25 ตุลาคมนี้ จำนวนจำกัด www.phuketgreattime.com , www.facebook.com/phuketemagazine โทรเลย 076-376206,089-5869167

The Village Coconut Island

Chandara Resort & Spa

Two Villas Holiday





SAVE THE NATURE@PHUKET DURING OCTOBER 28-30,2011 AT PHUKET AQUARIUM

ททท. จัดโครงการหัวใจอนุรักษ์@ภูเก็ตที่อควาเรียมภูเก็ต หวังกระตุ้นธุรกิจท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้เกิดขึ้นในจังหวัดภูเก็ต

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ตร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน และสมาคมดำน้ำทีดีเอแห่งประเทศไทย จัดโครงการหัวใจอนุรักษ์@ภูเก็ตระหว่างวันที่ 28-30 ตุลาคม 2554 เวลา 11.00-18.00 น.                 ณ สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจังหวัดภูเก็ต แหลมพันวา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเกิดจิตสำนึกในการรักษาแหล่งท่องเที่ยวและดำเนินกิจกรรมท่องเที่ยวในรูปแบบไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวหัวใจอนุรักษ์ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตมากขึ้น

สำหรับกิจกรรมออกบูธเสนอขายแพคเกจนำเที่ยวเชิงอนุรักษ์ จัดขึ้นที่อควาเรียมภูเก็ตตลอด 28-30 ตุลาคม 2554 ตั้งแต่เวลา 11.00-18.00 น. เริ่มตั้งแต่ 28 ต.ค. 54            จัดกิจกรรมสัมมนาฟรีในหัวข้อ “การท่องเที่ยวทางทะเลอันดามันอย่างยั่งยืน” ณ ห้องประชุมสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ (บรรยาย ไทย-อังกฤษ) หวังให้ครูสอนดำน้ำ นักดำน้ำ เยาวชนทั้งไทยและต่างชาติรับทราบข้อมูลการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน สำหรับวันที่ 29 ต.ค. 54 จัดกิจกรรมเก็บขยะใต้ทะเลที่ท่าเรืออ่าวฉลอง ตำบลราไวย์ โดยมีสมาคมดำน้ำทีดีเอแห่งประเทศไทยนำทีมสมาชิกและนักดำน้ำหัวใจอนุรักษ์ร่วมทำความสะอาดใต้ทะเลบริเวณอ่าวฉลอง และวันสุดท้าย 30 ต.ค. 54 จัดกิจกรรมสนุกสนานเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ลองเพนท์ผ้าบาติกด้วยตัวเองที่อควาเรียมภูเก็ต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานภูเก็ต โทร 076-212213

นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต กล่าวว่า โครงการหัวใจอนุรักษ์@ภูเก็ตจัดขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวทางทะเลดำเนินกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มากขึ้น เนื่องจากปีที่ผ่านมาสภาพปะการังและทรัพยากรทางทะเลจังหวัดภูเก็ตและแถบอันดามันได้ถูกทำลายไปเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติและจากฝีมือมนุษย์ ทุกภาคส่วน             จึงควรร่วมมือกันอย่างจริงจังในการรักษาแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลให้ยั่งยืนต่อไป….

ประเพณีถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็ต

เดิมประเพณีกินผัก (เจี๊ยะฉ่าย) ที่ชาวบ้านและชาวจีนที่อยู่ในจังหวัดภูเก็ตเรียกกันว่า “เจี๊ยะฉ่าย” นั้น เป็นลัทธิเต๋าซึ่งนับถือบูชาเซียนเทวดา เทพเจ้า วีรบุรุษ เป็นประเพณีที่คนจีนนับถือมาช้านาน โดยเฉพาะคนจีนฮกเกี้ยน คำว่า “เจี๊ยะฉ่าย” (กินผัก) เป็นภาษาท้องถิ่น วันประกอบพิธีตรงกับวันขึ้น ๑ ค่ำ ถึง ๙ ค่ำ  (เก้าโง้ยโฉ่ยอีดถึงโฉ่ยเก้า) ตามปฏิทินจีนของทุกๆปี

ประเพณีเจี๊ยะฉ่าย ได้เริ่มขึ้นเป็นครั้งแรกที่หมู่บ้าน ไล่ทู (ในทู) ซึ่งเป็นหมู่บ้านกะทู้  ตำบลกะทู้ จังหวัดภูเก็ตในปัจจุบัน คนจีนเหล่านั้นได้อพยพเข้ามาทำเหมืองแร่ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา (ในสมัยรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช) มีการค้าขายแร่ดีบุกกับปอร์ตุเกส ฮอลันดา ฝรั่งเศส อังกฤษ เป็นต้น คนจีนเหล่านั้นได้หลั่งไหลเข้ามามากที่สุดก่อนปี พ.ศ.๒๓๖๘  คือหลังจากเมืองภูเก็ตและเมืองถลางถูกพม่ารุกรานเมื่อปี พ.ศ.๒๓๕๒ พลเมืองได้กระจัดกระจายไปอยู่ตามที่ต่างๆ ครั้นพระยาถลาง (เจิม)ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองถลาง และได้ตั้งเมืองภูเก็ตที่บ้านเก็ตโฮ่ ให้พระภูเก็ต (แก้ว) มาเป็นเจ้าเมือง (ระหว่าง พ.ศ. ๒๓๖๘ -๒๔๐๐)

พื้นที่รอบๆในทู (กะทู้) อุดมสมบรูณ์ไปด้วยแร่ดีบุก จึงทำให้คนจีนหลั่งไหล   เข้ามาขุดแร่ดีบุกเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะเป็นคนจีนที่อพยพมาจากเมืองถลางเดิมที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป และที่อพยพมาจากมณฑลฮกเกี้ยน,ซัวเถาและเอ้หมึง ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีน โดยอาศัยเรือใบผ่านมาทางแหลมมาลายู เป็นต้น หมู่บ้านในทูในสมัยนั้นยังเป็นป่าทึบ มีไข้ป่า ตลอดจนภยันตรายต่างๆ จากสัตว์ป่ามากมาย แต่ผู้คนและชาวจีนในหมู่บ้านในทูกลับเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีแร่ดีบุกอุดมสมบูรณ์จนเป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลก

คนจีนที่อยู่ในทูสมัยนั้น มีความเชื่อและความศรัทธาในเรื่องเทพเจ้าประจำตระกูลหรือเทพเจ้าที่คุ้มครองประจำหมู่บ้าน เช่น เทพยดาฟ้าดิน เซียนต่างๆ รวมถึง บรรพบุรุษของตนเองมาก่อนแล้ว เมื่อมีเหตุเภทภัยเกินขึ้นจึงได้มีการอัญเชิญเทพเจ้าแต่ละพระองค์ที่ตนนับถือบูชากราบไหว้ให้มาคุ้มครองปกป้องรักษาตน หรือพวกพ้องที่ได้ทำมาหากินในท้องถิ่นที่ตนพำนักอาศัยให้คนเหล่านั้นอยู่ เย็นเป็นสุขโดยทั่วกันและความเชื่อนี้ยังคงยึดถือจนตราบเท่าทุกวันนี้

ต่อมาได้มีคณะงิ้ว หรือ เปะหยี่หี่ ที่ได้เดินทางมาจากประเทศจีนมาเปิดแสดงที่บ้านในทู คณะงิ้วนี้สามารถแสดงอยู่ได้ตลอดปี เนื่องจากเศรษฐกิจของชาวในทู กรรมกรจีน รวมถึงร้านค้า มีรายได้ดีมาก ในขณะนั้น ต่อมาปรากฏว่ามีตึกดิน ๒๖ หลัง และโรงร้าน ๑๑๒ หลัง จึงสามารถอุดหนุนงิ้วคณะนี้ได้ตลอดปี หลังจากคณะงิ้วได้เปิดทำการแสดงอยู่ที่บ้านในทูระยะหนึ่ง ได้เกิดมีการเจ็บป่วยเป็นไข้ และจากการเจ็บป่วยครั้งนี้ทำให้คณะงิ้วนึกขึ้นได้ว่าพวกตนไม่ได้ประกอบพิธีเจี๊ยะฉ่าย (กินผัก) ซึ่งเคยปฏิบัติกันมาทุกปีที่เมืองจีน และปรากฏมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าอึ่งตี่ฮ่องเต้เป็นต้นมา จึงได้ปรึกษาหารือในหมู่คณะ และได้ตกลงกันประกอบพิธีเจี๊ยะฉ่ายขึ้นที่โรงงิ้วนั่นเอง ทั้งนี้เนื่องจากไม่สามารถลงเรือใบ หรือเรือสำเภาเดินทางกลับไปร่วมพิธีเจี๊ยะฉ่ายที่เมืองจีนได้ทันเพราะใกล้จะถึงวันประกอบพิธีแล้ว จึงได้ตกลงใจประกอบพิธีเจี๊ยะฉ่ายขึ้นที่โรงงิ้วเพื่อ         ขอขมาโทษด้วยสาเหตุต่างๆ     ต่อมาโรคภัยไข้เจ็บก็หายไปหมดสิ้น รวมทั้งโรคภัยไข้เจ็บที่เคยเบียดเบียดชาวในทู ก็ลดลงด้วยเช่นกัน เรื่องนี้สร้างความประหลาดใจให้แก่ชาวในทูเป็นอันมาก จึงได้สอบถามจากคณะงิ้วและได้คำตอบว่าพวกเขาได้ประกอบพิธีเจี๊ยะฉ่ายแบบย่อๆ เนื่องจากไม่มีผู้รู้และผู้ชำนาญในการจัดประกอบพิธีเจี๊ยะฉ่ายโดยเพียงแต่สักการะบูชากราบไหว้ขอขมาโทษ ระลึกถึงกิ้วอ๋องเอี๋ยหรือ กิ้วอ๋องต่ายเต่หรือพระราชาธิราชทั้งเก้าพระองค์นั้นเอง

คณะงิ้วยังได้แนะนำชาวจีนในทูต่อไปว่า การเชิญเทพเจ้ามาสักการบูชาเพื่อปกป้องตนเอง ครอบครัว และท้องถิ่น เพื่อให้อยู่เย็นเป็นสุขตามที่ได้ปฏิบัติกันมาแล้ว เป็นสิ่งที่ดีแต่ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นก็ควรจะเจี๊ยะฉ่ายถือศีลไปด้วย การเจี๊ยะฉ่ายไม่จำเป็นต้องปฏิบัติให้ครบทั้งเก้าวัน จะเจี๊ยะฉ่ายกี่วันก็ได้ตามแต่ศรัทธาและเหมาะสมของแต่ละครอบครัว ชาวในทูและคนจีนส่วนใหญ่มีความเชื่อและเลื่อมใสได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของคณะงิ้ว โดยได้ประกอบพิธีเจี๊ยะฉ่ายในปีต่อมา ประเพณีเจี๊ยะฉ่ายของเมืองภูเก็ตได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกที่ในทู (กะทู้) นั่นเอง ต่อมาจึงได้แพร่หลายออกไปตามสถานที่ต่างๆ

หลังจากชาวจีนในทูได้ประกอบพิธีเจี๊ยะฉ่ายได้ประมาณ ๒-๓ ปี โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้ลดน้อยลงและหายไปในที่สุด ทำให้ชาวจีนที่มาอาศัยทำเหมืองแร่อยู่ตามดงตามป่ามีความเชื่อและศรัทธาเลื่อมใสมากยิ่งขึ้น

ก่อนคณะงิ้วจะย้ายไปทำการแสดงที่อื่น คณะงิ้วได้มอบรูปพระกิ้มซิ้น (เทวรูป),เล่าเอี๋ย (เตียนฮู้หง่วนโส่ย),ส่ามอ๋องฮู่อ๋องเอี๋ย, ส่ามไถ้จือ และได้ให้คำแนะนำแก่ชาวจีนเกี่ยวกับการประกอบพิธีกรรมโดยย่อๆ ในครั้งนั้นด้วยในช่วงระยะที่ชาวจีนกำลังประกอบพิธีเจี๊ยะฉ่าย (กินผัก) ที่ท่านผู้รู้ท่านหนึ่งซึ่งไม่ปรากฏนามเคยอาศัยอยู่ที่มณฑลกังไส (กังไส คือ เจียงซี้ของประเทศจีนในปัจจุบัน) ได้เดินทางมาประกอบอาชีพในทู ได้เห็นการประกอบพิธีเจี๊ยะฉ่ายของชาวจีนไม่ถูกต้องตามแบบฉบับของฉ้ายตึ้ง (ศาลเจ้าในมณฑลกังไส) จึงได้แจ้งให้ชาวจีนในทูทราบว่าตนยินดีรับอาสาเดินทางกลับไปมณฑลกังไสของประเทศจีน เพื่อไปเชี้ยเหี้ยวโห้ย (อัญเชิญธูปไฟ) และองค์ประกอบสำหรับพิธี แต่ไม่สามารถเดินทางไปได้เนื่องจากขาดทุนทรัพย์ ชาวจีนในทูจึงได้ร่วมมือร่วมใจกันรวบรวมทุนทรัพย์ให้กับผู้รู้ท่านนี้ สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปมณฑลกังไส

อีก ๒-๓ ปีต่อมา ในระหว่างที่ชาวจีนในทูประกอบพิธีเจี๊ยะฉ่ายแบบย่อๆ จนถึงวันขึ้น ๗ ค่ำ (วันเก้าโง้ยโฉ่ยฉีด) ตามปฏิทินจีน เวลากลางคืน เรือใบจากประเทศจีนได้เดินทางมาถึงหัวท่าบ่างเหลียว (บางเหนียวในปัจจุบัน) ท่านผู้รู้ได้เดินทางกลับมากับเรือใบลำนี้ด้วยและได้ส่งคนมาแจ้งข่าวให้ชาวจีนในทูทราบว่า บัดนี้ตนได้เดินทางกลับจากประเทศจีนมาถึงหัวท่าบางเหลียวพร้อมเชี้ยเหี้ยวเอี้ยน (ผงธูป) มาด้วยแล้ว ขอให้คณะกรรมการกับผู้ที่ร่วมประกอบพิธีเจี๊ยะฉ่ายไปต้อนรับที่หัวบ่างเหลียวในวันเก้าโง้ยโฉ่ยโป๊ยคือวันรุ่งขึ้น

เหี้ยวโห้ย หรือ เหี้ยวเอี้ยนที่นำมาจากมณฑลกังไส ได้จุดปักไว้ในเหี้ยวหล๋อ(กระถางธูป) โดยจุดธูปให้ติดตลอดระยะทางมิให้ดับ นอกจากนี้ยังได้นำแก้ง(บทสวดมนต์,คัมภีร์,ตำราต่างๆ พร้อมทั้งป้ายชื่อเต้าโบ้เก้ง ป้ายติดหน้าอ๊ามฉ้ายตึ้ง)

ปัจจุบันประเพณีเจี๊ยะฉ่าย (กินผัก) ของชาวภูเก็ตได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาทุกปีนับเวลาได้ หลายร้อยปีแล้วซึ่งถือว่าเป็นประเพณีอันดีงามของชาวภูเก็ต

เที่ยวภูเก็จ, phuket holiday, phuket e-magazine, emagazine, e-magazine
เที่ยวภูเก็จ, phuket holiday, phuket e-magazine, emagazine, e-magazine
เที่ยวภูเก็จ, phuket holiday, phuket e-magazine, emagazine, e-magazine
Designed by