|
Posted 8th August 2011, by admin, and filed under Eco Travel in Phuket, Phuket E-Magazine, TAT Phuket Office
ชุมชน Old Phuket Town (เมืองเก่าภูเก็ต ถ.ถลาง) ถนนถลาง เป็นถนนที่เก่าแก่ที่สุดสายหนึ่งในเมืองภูเก็ต เป็นย่านการค้าเก่าซึ่งบอกเรื่องราววิถีชีวิตที่เคยมีในอดีต คือมรดกทางสถาปัตยกรรม และมรดกทางวัฒนธรรมที่มีมากกว่า 3 วัฒนธรรม คือ ไทย จีน มุสลิม อินเดีย ยุโรป และคงอาคารตึกแถวเก่าที่มีรูปแบบเดิมเกาะกลุ่มกันมากกว่า 140 คูหา เป็นถนนสายประวัติศาสตร์คู่กับจังหวัดภูเก็ตมากกว่า 150 ปี นับจากปี ค.ศ.1850 โดยพระยาภูเก็ตโลหเกษตรารักษ์ (ทัด) ดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองภูเก็ต ถนนสายนี้กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ศิลปกรรม การเดินชมถนนถลาง มีระยะทางประมาณ 450 เมตร ลักษณะการเปิดช่องทางเดินหรือหง่อคาขี่เอาไว้เหมือนในอดีต เป็นเส้นทางประวัติศาสตร์ที่ควรค่าแก่การศึกษายิ่ง เพราะจะได้สัมผัสกับสถาปัตยกรรมที่สวยงาม วิถีชีวิต อาหารอร่อย นำเที่ยวโดยชาวชุมชน อาคารเลขที่ 135 ร้านขายฟ้า ชื่อสิริรัตน์ มีจุดเด่นคือรูปปูนปั้นลวดลายตุ๊กตาจีนที่อยู่บนคานและกระเบื้องกรุใต้ขอบหน้าต่างบานเกล็ดไม้ อาคารเลขที่ 97 ยังคงรักษาประตูชั้นล่างแบบจีนและมีการบูรณะอาคารชั้นบนให้กลมกลืนกับรูปแบบดั้งเดิม เป็นบ้านของต้นตระกูลถาวรว่องวงศ์ ซึ่งได้รับเกียรติบัตรด้านการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมเมืองภูเก็ต ประเภทดีเด่นประจำปี 2541 (เข้าชมภายในและรับประทานอาหารพื้นเมือง) อาคารเลขที่ 90 สัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวภูเก็ตพร้อมร่วมกิจกรรมทำอาหารพื้นเมือง อาคารเลขที่ 74 อาร์ตแกลเลอรี่ ชมภาพศิลปะ และสปาท้องถิ่น อาคารเลขที่ 56 – 58 บริษัทโฮ้ยเซี้ยง บ้านของขุนเลิศโภคารักษ์ เจ้าของโรงแรม เพิร์ล มหาเศรษฐี (นายเหมือง) ผู้ใจบุญ ผู้บำเพ็ญประโยชน์ให้กับจังหวัดภูเก็ต อาคารเลขที่ 37 ถลางเกสเฮ้าส์ สถานที่พักแห่งแรกในถนนถลาง อาคารเลขที่ 27 ตั้นเลี่ยนหิ้น ผู้บุกเบิกเรือบรรทุกสินค้า ระหว่างภูเก็ต – ปีนัง และทำซอสเจ้าแรกในภูเก็ต อาคารเลขที่ 24 คริสเตียนสถาน ชมนาฬิกาโบราณ สมัยรัชกาลที่ 6 พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว ถนนกระบี่ ศาลเจ้าแสงธรรม ถนนพังงา (สามารถเดินตัดจากถนนถลาง) สร้างขึ้นปี พ.ศ.2434 ภายในมีภาพวาดบอกเล่าเรื่องประวัติศาสตร์จีน นับเป็นจิตรกรรมฝาผนังที่มีคุณค่าสูงมาก |
|
Posted 30th July 2011, by admin, and filed under Event & Calendar Phuket, Event Update, News Update, Phuket E-Magazine, TAT Phuket Office
เทศกาลอาหารทะเล : Phuket Seafood Fiesta 2011 กำหนดการจัดงาน : เดือนสิงหาคม 2554 พื้นที่จัดกิจกรรม จังหวัดภูเก็ต ชิมอาหารทะเลจากร้านอาหาร ภัตตาคาร และร้านอาหารจากโรงแรมต่างๆ - กิจกรรม “Good Taste Best Price” - กิจกรรม “PHUKET LOBSTER WEEK” โดยร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการกว่า 60 ร้านจะมีธงสัญลักษณ์ Phuket Seafood fiesta 2011 ไปแสดงหน้าร้านให้นักท่องเที่ยวทราบ รายละเอียดเพิ่มเติม : ททท.สำนักงานภูเก็ต |
|
Posted 8th July 2011, by admin, and filed under Event Update, Lifestyle & Leisure, News Update, Phuket E-Magazine, TAT Phuket Office
เป็นประจำทุกปีครับหลังจากวันตรุษจีนไปแล้ว ประมาณ7 วัน ชาวภูเก็ตจะมีประเพณีไหว้เทวดา ช่วงกลางคืนประมาณหลังเที่ยงคืนแต่ล่ะบ้านจะตั้งโต๊ะไหว้หน้าบ้าน และจะมีต้นอ้อยผูกซ้ายขวาของโต๊ะ บนโต๊ะก็จะมีของไหว้ ก็คือ พวกผลไม้ต่างๆไม่ว่าจะเป็น ส้ม แตงโม การบูชาเทวดา หรือ เทพเจ้าสูงสุดบนสวรรค์เป็นความเชื่อของคนจีนเพื่อให้เทวดาปกป้องคุ้มครอง มนุษย์ พิธีกรรมนี้จัดในช่วงของเทศกาลตรุษจีน ซึ่งเรียกตามภาษาจีนว่า วันเจี๋ยโหง๋ยโช้ยก้าว คือ เดือน ๑ ขึ้น ๙ ค่ำ เวลาทำพิธี คือ จะเริ่มประมาณเวลาของคนโบราณ คือเริ่มไหว้ประมาณตี ๓ ตี ๔ ตอนหัวรุ่ง(ประมาณ ๐๓.๐๐-๐๖.๐๐ น.) แล้วรอจนพระอาทิตย์ขึ้นถึงเป็นอันเสร็จพิธีหรือ เรียกว่าตามภาษาจีน (ส่าง) แต่ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงตามความสะดวก คือ เริ่มไหว้ประมาณเที่ยงคืน(ตีสิบสอง)เป็นต้นไป ส่วนระยะเวลานั้นก็แล้วแต่ว่าจะเป็นครึ่งชั่วโมงหรือกี่ชั่วโมงก็ได้ ไม่มีการกำหนดเวลาที่แน่นอน แต่ก่อนที่จะเก็บของที่ไหว้ต้องเผากระดาษทองเล็ก หรือ กระดาษทองใหญ่ (กระดาษกิ้ม) แล้วจุดประทัดเป็นอันเสร็จพิธี การบูชาเทวดาแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ดัง นี้ คือ การบูชาเทวดาชนิดที่ไม่มีของคาว เช่น ในพิธีกินผัก (เจี๊ยะฉ่าย)กับพิธีวันเกิดเทพเจ้าที่ได้ถือศีลบวช เช่น เจ้าแม่กวนอิม หรือเทพเจ้าต่างๆ ที่ถือศีลบวช จะไม่มีอาหารที่เป็นเนื้อสัตว์ หรือ ปู ปลา ปลาหมึก จะมีแต่ขนมหวาน ขนมแห้ง ผลไม้ และน้ำชา เป็นต้น การบูชาเทวดาในวันตรุษจีน (หรือเรียกว่า เดือน ๓) ส่วนใหญ่คนไทยเชื้อสายจีนในปัจจุบัน มักใช้สิ่งของบูชาเทวดาด้วยของคาว เช่น มีเนื้อสัตว์ต่างๆ และ ขนมหวาน ขนมแห้ง ผลไม้ และน้ำชา การจัดสิ่งของบูชาเทวดาในเทศกาลตรุษจีน (เดือนสาม) มี ๒ ลักษณะ ดังนี้ การบูชาเทวดาแบบประหยัด ซึ่งขึ้นอยู่กับฐานะของแต่ละบุคคล ที่จะมีความสามารถจัดหาซื้อสิ่งของมาบูชาเทวดานั้นได้ การบูชาเทวดาตามรูปแบบที่ครบบริบูรณ์ สำหรับผู้ที่มีฐานะดีสามารถจัดหาสิ่งของมาบูชาได้เต็มที่ ไม่มีขอบเขต การเตรียมบูชาเทวดาแบบประหยัดที่ไม่มีอาหารคาวมีดังนี้ เก้าอี้ ๔ ตัว สำหรับรองโต๊ะให้สูง โต๊ะพร้อมกระดาษทองรองขาโต๊ะ ๔ แผ่น ๑ ตัว ผ้ากั้นหน้าโต๊ะ(โต๊ะอุ๋ย) ต้นอ้อยพร้อมระย้า ๑ คู่ (โก่จี๋) ผ้าปูโต๊ะสีแดง ๑ ผืน กระถางธูป ๑ กระถาง เชิงเทียน ๑ คู่ น้ำชา ๑ กา ถ้วยน้ำชา ๓ ลูก ขนมรวม (แต่เลี่ยว) ๓ จาน แต่เลี่ยว คือ ขนมที่ทำมาจากพืชพันธุ์อาหารครบทุกอย่างจะต้องมีและขาดไม่ได้ในประเพณีของจีน ขนมเข่งเป็นขนมของเทวดาโดยเฉพาะ ซึ่งจะมีไหว้และทำกันในวันตรุษจีนและสำหรับไหว้เทวดาเท่านั้นและยังมีความ เชื่อมาแต่โบราณอีกว่า การทำขนมเข่งนั้น ถ้าบ้านไหนที่ทำขนมเข่งอยู่ ห้ามผู้หญิงที่มีประจำเดือนหรือไว้ทุกข์อยู่เข้าไปดูหรือเดินผ่าน เพราะจะทำให้ขนมเข่งดิบหรือไม่สุก และบางคนถ้ารู้ว่าบ้านไหนทำขนมเข่งอยู่จะไม่เข้าไปเลย จะยืนอยู่หน้าบ้าน ขนมเต่า(อั่งกู้)๓ ลูก ๑ จาน ทำให้อายุยืน ขนมถ้วยฟู (ฮวดโก้ย) ๓ ลูก ๑ จาน สับปะรด (อ่องหลาย) ๒ ลูก เพราะเชื่อว่าทำให้มีตาเหมือนสับปะรด มีช่องทางทำมาหากินหลายทางและมีโชคลาภ กล้วย ( เก๋งเจ๊ว )เป็นการให้พรมีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง ส้ม (ก๊าม)๓ ลูก ๑ จาน เทียนสีแดงเล็กหรือใหญ่ ๒ เล่ม ธูปเล็กหรือใหญ่ ๓ ดอก กระดาษทองเล็กหรือใหญ่ ๓ จี๋ ประทัด ๑ กล่อง หม้อไม้หอม (เฉ่งเหี้ยวหลอ) ๑ ลูก การจัดสิ่งของบูชาเทวดาแบบนั้นเป็นแบบประหยัดและในพิธีแบบกินผัก (เจี๊ยฉ่าย) หรือเป็นวันเกิดของพระ หรือ แส่หยิดที่ถือศีลอยู่ที่ศาลเจ้า แต่ถ้าหากเป็นพิธีใหญ่ต้องเพิ่มสิ่งของดังต่อไปนี้เสริมเข้าไป เช่น หมิ้กเจี่ยน (คล้ายกับบายสีของไทย) ๑ ที่ ผักแห้งหกอย่าง (หลักฉ่าย) ๖ จาน เป็นของที่บำรุงร่างกายเมื่อไหว้เสร็จแล้วก็นำไปทำอาหารได้ ได้แก่ เห็ดหอม (เหี่ยวก้อ) ๑ จานเห็ดหูหนู (ปกนี้) ๑ จาน ฟองเต้าหู้ (เต็กกากี้) ๑ จาน วุ้นเส้น (ตั่งหุ้น) ๑ จาน หมี่ซั่ว (หมี่ซั่ว) ๑ จาน ดอกไม้จีน (กิ้มเจี่ยม) ๑ จาน ผลไม้เสริม อีก ๒ อย่าง ได้แก่ องุ่น (ฮู่โต๋) ๑ จาน ละมุดสีดา ๓ ลูก (บ่าสี่กู้) ๑ จาน การบูชาเทวดาในวันตรุษจีน หรือ ที่ศาลเจ้าเทพเจ้ามิได้ถือศีลบวช จะต้องมีอาหารคาวเสริมเข้าไปดังนี้ ของคาว (ง้อเส้ง) ได้แก่ หมู ต้ม ๑ ชิ้น ไข่ไก่ต้ม ๓ ลูก หรือ ไก่ต้ม ๑ ตัว ปลาหมึกต้มหรือแห้ง ๓ ตัว หมี่เหลือง ๑ กิโลกรัม เหล้าแดง (จีน) หรือน้อยกว่านั้น ๑ ขวด ถ้าหากมีพิธีใหญ่ที่สำคัญหรือขึ้นอยู่กับฐานะของผู้ที่มีความประสงค์จะทำให้มากเพื่อลูกหลานจะได้รับก็ให้เสริม หัวหมู ๑ หัว ต้มพร้อมลิ้น หาง ใช้แทนเนื้อหมูต้มเพราะว่าเป็นพิธีใหญ่ สมัยก่อนระหว่างที่ตั้งโต๊ะไหว้เทวดา หรือ วันตรุษจีน จะมีคณะเล่นหุ่นกาเร่ ๑-๒ คน ประกอบด้วย คนเล่นดนตรีและคนเชิดหุ่น แวะมาเชิดหุ่นกาเร่หน้าบ้าน พร้อมกับกล่าวอวยพรเพื่อให้เจ้าของบ้านมีความเจริญรุ่งเรือง และสุดท้ายคนเชิดหุ่นจะจัดพิธีแต่งงานให้หุ่นชายและหุ่นหญิง จากนั้นเจ้าของบ้านจะนำซองแดงมาให้คณะเชิดหุ่นเป็นค่าตอบแทน นอกจากหุ่นกระบอกกาเร่แล้วยังมี ลั้งไล้ (เชิดสิงโต) และลั้งเหล็ง (เชิดมังกร) ในพิธีไหว้เทวดาอีกด้วย Story By : http://yutphuket.wordpress.com/2008/02/15/phuket-festival/ |
|
Posted 22nd June 2011, by admin, and filed under Lifestyle & Leisure, News Update, TAT Phuket Office
สวนเฉลิมพระเกียรติ ในวโรกาสเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงเจริญพระชนมายุครบ 72 พรรษา ในปี 2547 เทศบาลนครภูเก็ต ได้พิจารณาแผนงานโตรงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล จึงได้จัดทำโครงการก่อสร้างสวนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชินีนาถซึ่งได้รับความเห็นชอบให้ก่อสร้างในดินราชพัสดุ ซึ่งได้รับพระกรุณาธิคุณพระราชทานนามสวนสาธารณะแห่งนี้ว่า “สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราชินี พ.ศ. 2547” “พญามังกรทะเลหรือฮ่ายเหล็งอ๋อง” สัตว์มงคลที่ยิ่งใหญ่ จัดสร้างเพื่อเป็นสิริมงคล โดยสืบเนื่องมาจากเมื่อครั้งที่พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดีเป็นข้าหลวงปกครองมณฑลภูเก็ต ได้มีซินแสท่านหนึ่งกล่าวว่า ภูมิศาสตร์และทำเลของเกาะภูเก็ตมีลักษณะที่ตั้งเป็น “ฮ่ายเหล็งหรือมังกรทะเลแห่งมหาสมุทรอินเดีย” ที่มีความเชื่อมาจากตำนานเจ้าสมุทรทั้งสี่ที่ช่วยปกปักรักษามหาสมุทรตามบัญชาสวรรค์ โดยหัวใจของมังกรอยู่ตรงกลางเมือง ทางเทศบาลนครภูเก็ตจึงได้จัดสร้างมังกรทะเลขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลของคนภูเก็ต และในวโรกาสเฉลิมฉลองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติ 60 ปี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2547 เพื่อประดิษฐานอยู่ที่สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษามหาราชินี ถนนถลาง ติดกับททท. สำนักงานภูเก็ต |
















