|
Posted 25th August 2011, by admin, and filed under Eco Travel in Phuket, Lifestyle & Leisure, Phuket E-Magazine
History of Phuket Mining Museum: Start with an idea of natural resource and community historically conservation especially in Tambon Kathu where Tin Mine used to operate though out the area. Trails that remained in Tambon Kathu contain soul of ancestor where next generations shall inherit. Proposed a model scheme to establish Phuket Mining Museum since 2006 then finish on 2008. Architecture: The museum building designed by an architect of Kathu’s municipality, in Chino Protuguese 1.5 storey style with a large courtyard in the middle of the building. Window decorated with stucco design and old style window arch.
Exhibition Golden Dragon Island: Phuket Mining Museum illustrates in Half-alive exhibition by divided to 2 sections. First is Outdoor exhibition where illustrates rails for ore transportation and mining cliffs. Second section is Indoor exhibition where demonstrates the history of Tin mining processes and mining community culture at that time.
Pothongbus, Arcade, mine owners treasure, the heritage remine from the past: Present Phuket’s people way of life with architecture and valuable.
Glister of constellation: Understanding the beginning of the world through the solar system, the forming of lives, minerals, dinosaurs, human live and the creation of bronze’s forge (Tin mixed with Copper).
Mineral of life: Demonstrating the exhibition of various types of mine.
The creation of alchemy: Demonstrating the processes in smelter and various products made from tin ore.
The journey of Chinese merchant: Illustrating Chinese people immigrating to find their good hope in Phuket Island by sailing across the sea many years ago, which also brought up the culture of Chinese Sailing Boat Merchandize to Thai people at that time.
The legend of old city in Kathu, Chinese opera, Shadow play, Boutique: This room is to take us back to the age of mining flourishing when Chinese way of life and their culture infiltrated into Phuket through Bang Niao Nai Thu Market. Chinese old style coffee shop, Thai vermicelli eat with curry shop, Shrine, Chinese Opera Theater, Opium den, Old Chinese style pharmacy, Lathe factory, Kathu people old style house, etc.
The trace of leading citizen to town, Ba-Ba Wedding and photographs: This room present Ba-Ba Civilization with statue of wedding couple, the head of house hold, Photograph shop with the background of the old days.
A mining library and ICT center which keeps data about mining processes, way of life and local culture of people who lives around the mine. Mining library service through E-Museum for students, researchers, travelers and local people to study from. Architecture: The museum building designed by an architect of Kathu’s municipality, in Chino Protuguese 1.5 storey style with a large courtyard in the middle of the building. Window decorated with stucco design and old style window arch. |
|
Posted 22nd August 2011, by admin, and filed under Eco Travel in Phang Nga, Lifestyle & Leisure, News Update, Phuket E-Magazine
The Happy Holiday for Rainy SeasonOne of the not so adventurous but exciting activities for the rainy season is the bamboo rafting at Wang Kiang Khoo waterfall. After finishing the hard working, our team decided to join a fun-filled tour program at Phang Nga for touching the perfection of natural environment, green forest and fresh air. Don’t forget to give Khun Channan Mairae, the Village Head (or Kamnan) a call before going there. He is a main coordinator for the villagers’ assistance to make our bamboo rafting trip more joyful and fun. We drove over Sarasin Bridge to Ban Lamru, Tambon Lam Kaen adjacent to Khao Lak (opposite Tab Lamu Naval Base), the meeting point is here, not far from Bang Chak Oil station. After that , we go straight forward to the starting point of the excellent activity. The fee for 2-3 hour rafting is Baht 250.- per person for the distance of 4 kilometer. Some villagers can earn more income by being the eco-tour guide and rafter. In the midst of several species of fauna, flora and wildlife, this river has been counted as a main stream for all villagers here. The bamboo rafts float along, allowing us to admire the pristine natural surroundings on either side of the river. There are the fig trees, palms with huge leaves, iron wood and bamboos. The Queen’s Flower trees with their purple flowers make us feel calm and delightful. We stop for swimming in the cold pond. The water is so clear and light that we can see the sand under water. Enjoy swimming and splashing. Many kinds of wildlife are in our sights. They are frogs, birds, butterflies and squirrels. This is the joy of living with nature. Most of the girls are confused while seeing the sleeping snakes on the big trees, want to see them closely but the power of harmful is more than curiosity. The spectacular view made this trip full of laughing and smiling. The villagers’ smiles display their pride of conserving the fertile forest for their next generation and the tourists. If you are interested in eco tourism and bamboo rafting at Wang Khiang Khoo Waterfall, please contact Khun Chamnan Mairae at Tel: 081-7795783 who is happy to assist |
|
Posted 18th August 2011, by admin, and filed under Eco Travel in Phuket, Lifestyle & Leisure, Phuket E-Magazine
พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและประวัติศาสตร์ชุมชน โดยเฉพาะตำบลกะทู้ในอดีตมีการทำเหมืองแร่ดีบุกเกือบทั่วพื้นที่ ร่องรอยที่เหลืออยู่ของขุมเหมืองโบราณ ล้วนมีจิตวิญญาณที่สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าแห่งภูมิปัญญาของบรรพชน ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้แก่คนรุ่นหลังสืบไป จึงได้เริ่มก่อสร้างเมื่อกลางปี พ.ศ. 2549 แล้วเสร็จกลางปี พ.ศ. 2551 สถาปัตยกรรมอาคารพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ ออกแบบโดยสถาปนิกกองช่าง เทศบาลตำบลกะทู้ เป็นอาคารแบบชิโนโปรตุกีส 1.5 ชั้น มีจิ่มแจ้ (ลาน) อยู่ตรงกลาง ตกแต่งหน้าต่างด้วยลายปูนปั้น ซุ้งโค้งแบนสะท้อนให้เห็นถึงความงดงามแห่งการผสมผสาน จึงเรียกอาคารนี้ว่า “อังมอเหลานายหัวเมือง” การจัดแสดงนิทรรศการ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ภายนอกอาคารมีรางเหมืองแร่ หน้าผาเหมืองแร่ ขุนเหมืองแร่ และเครื่องจักรในการทำเหมืองสมัยก่อน ส่วนภายในอาคารอังมอเหลานายหัวเมือง จัดแสดงนิทรรศการประวัติความเป็นมาของการทำเหมืองแร่ดีบุกและวิถีชีวิตชาวเหมือง โปท้องหง่อก่ากี่ ชินวิถีอัญมณีนายหัวเหมือง นำเสนอวิถีชีวิตของชาวภูเก็ตด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมชิโนโปรตุกีสและของมีค่า เรืองดารากร เสนอระบบสุริยะจักรวาล การกำเนิดโลก กำเนิดแร่ การกำเนิดชีวิต ไดโนเสาร์ กำเนิดคน คนใช้ไฟ สัมฤทธิ์ (ทองแดงผสมดีบุก) เหล็ก สายแร่แห่งชีวิต จัดนิทรรศการเหมืองแร่ประเภทต่างๆ เช่น เหมืองแล่น เหมืองรู เหมืองหาบ เหมืองฉีด เหมืองสูบ และเหมืองเรือขุด นิรมิตเล่นแร่แปรธาตุ แสดงขั้นตอนการถลุงแร่และผลิตภัณฑ์การแปรรูปจากดีบุกรวมถึงเครื่องมือเครื่องจักรในการแปรรูป ฉลาดนาวาชีวิต ลิขิตปรัชญ์สืบสาน นำเสนอการย้ายถิ่นฐานและการติดต่อ ค้าขายทางเรือสำเภาเป็นท่าเรือที่สะท้อนภาพชีวิตความเป็นมาของชาวจีนที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาแสวงโชคที่เกาะภูเก็ต บันซ้านบางเหนียว เก่วเกี้ยวในทู อุปรากรจีน หนังตะลุง หลงผิดเสพ เทพาภรณ์ ย้อนอดีตวิถีชีวิตชาวจีนในยุคสมัยเหมืองแร่รุ่งเรือง ผ่านการนำเสนอด้วยตลาดบางเหนียว-ในทู ร้านโกปี้เตี่ยม ร้านขนมจีน ศาลเจ้า โรงงิ้ว โรงฝิ่น ร้านขายยาจีน โรงกลึง บ้านคนกะทู้ เป็นต้น คหปตนินท์ บาบ๋าสินสมรส นำเสนออารยธรรมบาบ๋าด้วยรูปปั้นคู่บ่าวสาวและคหบดีพร้อมถ่ายรูป ฉากย้อนยุค ห้องสมุดเฉพาะด้านเหมืองแร่ วิถีชีวิตชาวเหมืองแร่ วัฒนธรรมท้องถิ่น และศูนย์การเรียนรู้ไอซีทีชุมชน ให้บริการเพื่อเป็นประโยชน์ทางการศึกษาแก่นักเรียน นักศึกษา นักวิจัย รวมถึงนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป |
|
Posted 10th July 2011, by admin, and filed under Lifestyle & Leisure, Phuket E-Magazine
Butterfly garden and insect world เด็กๆอายุต่ำกว่า 15 ปี ต้องเรียกที่นี่ว่า “พี่” ค่าที่สวนผีเสื้อและโลกแมลงของภูเก็ตก่อตั้งมานานกว่า 15 ปีแล้ว ตั้งอยู่ที่ สามกอง ซอยพะเนียง อ.เมือง จ. ภุเก็ต เดินทางราว 3 กิโลเมตรจากตัวเมือง เหมือนสวรรค์บนดินเลยทีเดียวเชียวล่ะ ผีเสื้อและแมลงกว่า 40 สายพันธุ์มารวมตัวกันอยู่บนพื้นที่ 7 ไร่ครึ่ง ผีเสื้อนับพันพร้อมสีสันสดใส ส่ายหัวไปมา เริ่งร่าเต้นระบำรอบๆตัวเรา เหมือนดีอกดีใจที่ได้พบกัน เอาล่ะ วันนี้จะมาชมขั้นตอนการเจริญเติบโตของผีเสื้อด้วยว่ามหัศจรรย์เพียงไร นอกจากจะตื่นตาตื่นใจกับเหล่าผีเสื้อแสนสวยกลีบบอบบางแล้ว ความอยากรู้อยากเห็นก็รีบจูงมือเราไปพิพิธภัณฑ์แมลง ที่นี่มีแมลงมากมายหลายชนิดรวมทั้งแมลงที่หาดูได้ยาก เช่น กิ้งกือกระบอกดำอาฟริกัน ตั๊กแตนกิ่งไม้ และ แมลงสาปมาดากัสการ์ยักษ์ อย่าเดินผ่านพิพิธภัณฑ์หม่อนและไหมไปโดยไม่แวะเวียน เข้าไปดูให้เห็นกับตาว่าหม่อนและไหมเติบโตอย่างไร อีกทั้งจะได้รู้อีกว่าอุปกรณ์เครื่องมือการทอผ้าไหมนั้นหน้าตาเป็นแบบไหน จะได้เล่าให้คนรุ่นลูกคุณหลานฟังได้ถูกต้อง ตักตวงความรู้ควบคู่กับความสดชื่นท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่น และเขียวขจีของพันธุ์ไม้ แล้วจะรู้ว่าสถานที่ท่องเที่ยวแบบอนุรักษ์ธรรมชาติแบบนี้ก็มีดีไม่แพ้ใคร สุขใจไปอีกแบบ อีกทั้งน่าจะสร้างความชุ่มฉ่ำในหัวใจได้มากกว่าอีกด้วย เที่ยวที่นี่ ไม่มีโลว์ หรือ ไฮซีซั่น เปิดต้อนรับทุกวันเวลา 09.00-17.30 น. ราคาคนไทย: ผู้ใหญ่ = 80 บาท, เด็ก = 40 บาท |
|
Posted 8th July 2011, by admin, and filed under Event Update, Lifestyle & Leisure, News Update, Phuket E-Magazine, TAT Phuket Office
เป็นประจำทุกปีครับหลังจากวันตรุษจีนไปแล้ว ประมาณ7 วัน ชาวภูเก็ตจะมีประเพณีไหว้เทวดา ช่วงกลางคืนประมาณหลังเที่ยงคืนแต่ล่ะบ้านจะตั้งโต๊ะไหว้หน้าบ้าน และจะมีต้นอ้อยผูกซ้ายขวาของโต๊ะ บนโต๊ะก็จะมีของไหว้ ก็คือ พวกผลไม้ต่างๆไม่ว่าจะเป็น ส้ม แตงโม การบูชาเทวดา หรือ เทพเจ้าสูงสุดบนสวรรค์เป็นความเชื่อของคนจีนเพื่อให้เทวดาปกป้องคุ้มครอง มนุษย์ พิธีกรรมนี้จัดในช่วงของเทศกาลตรุษจีน ซึ่งเรียกตามภาษาจีนว่า วันเจี๋ยโหง๋ยโช้ยก้าว คือ เดือน ๑ ขึ้น ๙ ค่ำ เวลาทำพิธี คือ จะเริ่มประมาณเวลาของคนโบราณ คือเริ่มไหว้ประมาณตี ๓ ตี ๔ ตอนหัวรุ่ง(ประมาณ ๐๓.๐๐-๐๖.๐๐ น.) แล้วรอจนพระอาทิตย์ขึ้นถึงเป็นอันเสร็จพิธีหรือ เรียกว่าตามภาษาจีน (ส่าง) แต่ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงตามความสะดวก คือ เริ่มไหว้ประมาณเที่ยงคืน(ตีสิบสอง)เป็นต้นไป ส่วนระยะเวลานั้นก็แล้วแต่ว่าจะเป็นครึ่งชั่วโมงหรือกี่ชั่วโมงก็ได้ ไม่มีการกำหนดเวลาที่แน่นอน แต่ก่อนที่จะเก็บของที่ไหว้ต้องเผากระดาษทองเล็ก หรือ กระดาษทองใหญ่ (กระดาษกิ้ม) แล้วจุดประทัดเป็นอันเสร็จพิธี การบูชาเทวดาแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ดัง นี้ คือ การบูชาเทวดาชนิดที่ไม่มีของคาว เช่น ในพิธีกินผัก (เจี๊ยะฉ่าย)กับพิธีวันเกิดเทพเจ้าที่ได้ถือศีลบวช เช่น เจ้าแม่กวนอิม หรือเทพเจ้าต่างๆ ที่ถือศีลบวช จะไม่มีอาหารที่เป็นเนื้อสัตว์ หรือ ปู ปลา ปลาหมึก จะมีแต่ขนมหวาน ขนมแห้ง ผลไม้ และน้ำชา เป็นต้น การบูชาเทวดาในวันตรุษจีน (หรือเรียกว่า เดือน ๓) ส่วนใหญ่คนไทยเชื้อสายจีนในปัจจุบัน มักใช้สิ่งของบูชาเทวดาด้วยของคาว เช่น มีเนื้อสัตว์ต่างๆ และ ขนมหวาน ขนมแห้ง ผลไม้ และน้ำชา การจัดสิ่งของบูชาเทวดาในเทศกาลตรุษจีน (เดือนสาม) มี ๒ ลักษณะ ดังนี้ การบูชาเทวดาแบบประหยัด ซึ่งขึ้นอยู่กับฐานะของแต่ละบุคคล ที่จะมีความสามารถจัดหาซื้อสิ่งของมาบูชาเทวดานั้นได้ การบูชาเทวดาตามรูปแบบที่ครบบริบูรณ์ สำหรับผู้ที่มีฐานะดีสามารถจัดหาสิ่งของมาบูชาได้เต็มที่ ไม่มีขอบเขต การเตรียมบูชาเทวดาแบบประหยัดที่ไม่มีอาหารคาวมีดังนี้ เก้าอี้ ๔ ตัว สำหรับรองโต๊ะให้สูง โต๊ะพร้อมกระดาษทองรองขาโต๊ะ ๔ แผ่น ๑ ตัว ผ้ากั้นหน้าโต๊ะ(โต๊ะอุ๋ย) ต้นอ้อยพร้อมระย้า ๑ คู่ (โก่จี๋) ผ้าปูโต๊ะสีแดง ๑ ผืน กระถางธูป ๑ กระถาง เชิงเทียน ๑ คู่ น้ำชา ๑ กา ถ้วยน้ำชา ๓ ลูก ขนมรวม (แต่เลี่ยว) ๓ จาน แต่เลี่ยว คือ ขนมที่ทำมาจากพืชพันธุ์อาหารครบทุกอย่างจะต้องมีและขาดไม่ได้ในประเพณีของจีน ขนมเข่งเป็นขนมของเทวดาโดยเฉพาะ ซึ่งจะมีไหว้และทำกันในวันตรุษจีนและสำหรับไหว้เทวดาเท่านั้นและยังมีความ เชื่อมาแต่โบราณอีกว่า การทำขนมเข่งนั้น ถ้าบ้านไหนที่ทำขนมเข่งอยู่ ห้ามผู้หญิงที่มีประจำเดือนหรือไว้ทุกข์อยู่เข้าไปดูหรือเดินผ่าน เพราะจะทำให้ขนมเข่งดิบหรือไม่สุก และบางคนถ้ารู้ว่าบ้านไหนทำขนมเข่งอยู่จะไม่เข้าไปเลย จะยืนอยู่หน้าบ้าน ขนมเต่า(อั่งกู้)๓ ลูก ๑ จาน ทำให้อายุยืน ขนมถ้วยฟู (ฮวดโก้ย) ๓ ลูก ๑ จาน สับปะรด (อ่องหลาย) ๒ ลูก เพราะเชื่อว่าทำให้มีตาเหมือนสับปะรด มีช่องทางทำมาหากินหลายทางและมีโชคลาภ กล้วย ( เก๋งเจ๊ว )เป็นการให้พรมีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง ส้ม (ก๊าม)๓ ลูก ๑ จาน เทียนสีแดงเล็กหรือใหญ่ ๒ เล่ม ธูปเล็กหรือใหญ่ ๓ ดอก กระดาษทองเล็กหรือใหญ่ ๓ จี๋ ประทัด ๑ กล่อง หม้อไม้หอม (เฉ่งเหี้ยวหลอ) ๑ ลูก การจัดสิ่งของบูชาเทวดาแบบนั้นเป็นแบบประหยัดและในพิธีแบบกินผัก (เจี๊ยฉ่าย) หรือเป็นวันเกิดของพระ หรือ แส่หยิดที่ถือศีลอยู่ที่ศาลเจ้า แต่ถ้าหากเป็นพิธีใหญ่ต้องเพิ่มสิ่งของดังต่อไปนี้เสริมเข้าไป เช่น หมิ้กเจี่ยน (คล้ายกับบายสีของไทย) ๑ ที่ ผักแห้งหกอย่าง (หลักฉ่าย) ๖ จาน เป็นของที่บำรุงร่างกายเมื่อไหว้เสร็จแล้วก็นำไปทำอาหารได้ ได้แก่ เห็ดหอม (เหี่ยวก้อ) ๑ จานเห็ดหูหนู (ปกนี้) ๑ จาน ฟองเต้าหู้ (เต็กกากี้) ๑ จาน วุ้นเส้น (ตั่งหุ้น) ๑ จาน หมี่ซั่ว (หมี่ซั่ว) ๑ จาน ดอกไม้จีน (กิ้มเจี่ยม) ๑ จาน ผลไม้เสริม อีก ๒ อย่าง ได้แก่ องุ่น (ฮู่โต๋) ๑ จาน ละมุดสีดา ๓ ลูก (บ่าสี่กู้) ๑ จาน การบูชาเทวดาในวันตรุษจีน หรือ ที่ศาลเจ้าเทพเจ้ามิได้ถือศีลบวช จะต้องมีอาหารคาวเสริมเข้าไปดังนี้ ของคาว (ง้อเส้ง) ได้แก่ หมู ต้ม ๑ ชิ้น ไข่ไก่ต้ม ๓ ลูก หรือ ไก่ต้ม ๑ ตัว ปลาหมึกต้มหรือแห้ง ๓ ตัว หมี่เหลือง ๑ กิโลกรัม เหล้าแดง (จีน) หรือน้อยกว่านั้น ๑ ขวด ถ้าหากมีพิธีใหญ่ที่สำคัญหรือขึ้นอยู่กับฐานะของผู้ที่มีความประสงค์จะทำให้มากเพื่อลูกหลานจะได้รับก็ให้เสริม หัวหมู ๑ หัว ต้มพร้อมลิ้น หาง ใช้แทนเนื้อหมูต้มเพราะว่าเป็นพิธีใหญ่ สมัยก่อนระหว่างที่ตั้งโต๊ะไหว้เทวดา หรือ วันตรุษจีน จะมีคณะเล่นหุ่นกาเร่ ๑-๒ คน ประกอบด้วย คนเล่นดนตรีและคนเชิดหุ่น แวะมาเชิดหุ่นกาเร่หน้าบ้าน พร้อมกับกล่าวอวยพรเพื่อให้เจ้าของบ้านมีความเจริญรุ่งเรือง และสุดท้ายคนเชิดหุ่นจะจัดพิธีแต่งงานให้หุ่นชายและหุ่นหญิง จากนั้นเจ้าของบ้านจะนำซองแดงมาให้คณะเชิดหุ่นเป็นค่าตอบแทน นอกจากหุ่นกระบอกกาเร่แล้วยังมี ลั้งไล้ (เชิดสิงโต) และลั้งเหล็ง (เชิดมังกร) ในพิธีไหว้เทวดาอีกด้วย Story By : http://yutphuket.wordpress.com/2008/02/15/phuket-festival/ |




























