Home

Sang Tham Shrine: The Unfading Light

Originally referred to as “Chin Jia Keng Shrine”,the shrine was constructed 1891 in a Chinese Pavilion style . The roofs  are sculptured in dragon and Chinese doll-like shapes. The shrine’s entrance signboard is emboldened with the family’s symbol “Teng Kong Tong” meaning light of dharma that never stops illuminating. Interior of the shrine is wall paintings entailing the story of “Xue Rengui” , depicting the Tang Dynasty. North of the paintings on both sides are paintings of  “Sa Chab Lak Tien Kong ” or “the 36 Deities”.

ศาลเจ้าแสงธรรม ธรรมสว่างในใจไม่มีวันดับ

เดิมมีชื่อว่า “ศาลเจ้าซินเจียเก้ง” สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2434 ตัวอาคารเป็นรูปแบบเก๋งจีน หลังคามีปูนปั้น รูปมังกรและตุ๊กตาจีน ป้ายหน้าศาลเจ้าบนขอบประตูเป็นสัญลักษณ์ประจำตระกูล คำ “เต่งก้องต๋อง” แปลว่าแสงจากดวงประทีปที่สว่างไสวไม่มีวันแตกดับ หมายถึง แสงธรรม  ภายในศาลเจ้ามีภาพวาดฝาผนังที่ทรงคุณค่าเรื่อง “ซิยิ่นกุ้ย” เรื่องราวเกี่ยวกับราชวงศ์ถังของจีน ส่วนที่เหนือขึ้นไปจากภาพทั้งสองด้านเป็นภาพของ “ส่าจับลักเทียนก้ง” หรือ “สามสิบหกเทพสวรรค์”

ศาลเจ้าบางเหนียว

อ๊ามบางเหนียว หรือ ศาลเจ้าต่าวบู้เก๊ง  หรือ มูลนิธิเทพราศี เป็นศาลเจ้า เก่าแก่ตั้งแต่ปี พ.ศ.2447 ชาวบ้านเรียกว่า ศาลเจ้าต่าวโบ้เก๊ง หรือฉ้ายตึ๋ง เป็นที่ทราบกันว่า มีคณะงิ้วจีน คณะกังฉ๊ายฮี่ เดินทางมาจากเมืองจีน มาแสดงที่ตรอกเม่าเก้า (ซอยรมณีย์ปัจจุบัน) ขณะนั้นมีศาลเจ้า อยู่แห่งหนึ่ง จึงได้นำพระเตี๋ยนฮู้หง่วนโส่ย (เหล่าเอี๋ย) มาบำเพ็ญกุศล และเริ่มประเพณี ถือศีลกินผักเป็นประจำ จนชาวบ้าน เกิดความเลื่อมใส และเข้าร่วมกิจกรรม เป็นจำนวนมาก

ต่อมา เกิดเพลิงไหม้ที่ศาลเจ้า โดยไม่ทราบสาเหตุ จึงมีชาวบ้านกลุ่มหนึ่ง ได้นำ พระเตี๋ยนฮู้หง่วนโส่ย (เหล่าเอี๋ย) ไปประดิษฐานที่ อ๊ามบางเหนียว และช่วยกันสร้าง ศาลเจ้าเรือนไม้ หลังคามุงจาก

4-5 ปีต่อมา เกิดเพลิงไหม้ศาลเจ้าอีกครั้งโดยไม่ทราบสาเหตุเช่นกัน จากนั้น ชาวบ้าน จึงได้นำพระเตี๋ยนฮู้

หง่วนโส่ย (เหล่าเอี๋ย) ไปประดิษฐาน ณ บริเวณตรงกันข้าม ที่เกิดเพลิงไหม้ ชาวบ้านบางเหนียว เกิดความเลื่อมใส ศรัทธา ร่วมบำเพ็ญกุศล และถือศีลกินผักทุกปี ทำให้สถานที่คับแคบแก่ผู้ที่มาร่วม ทำพิธีกรรมของศาลเจ้า จึงมีคณะนำโดย ขุนเลิศภาคารักษ์ ได้ร่วมแรงร่วมใจ กับปรับปรุงศาลเจ้าขึ้นใหม่ เป็นหลังคามุงสังกะสีและเรี่ยไรเงินจากชาวบ้าน ซื้อที่ดิน 6 แปลง ในปี พ.ศ.2500 คณะกรรมการ บริหารศาลเจ้า จำนวน 5 คน ได้ก่อตั้งเป็นมูลนิธิเทพราศี ในปี 2501 จากนั้น ได้มีการปรับปรุง พัฒนาจาก หลังคาสังกะสี เป็นอาคารคอนกรีตที่มีขนาดใหญ่ อำนวยความสะดวก แก่ผู้คนมี่มาร่วมบำเพ็ญกุศลด้วย

ศาลเจ้าท่าเรือ

ศาลเจ้าท่าเรือมี องค์พระโป้เส่ง ไต่เต่ (หงอ จินหยิน) เป็นพระประธาน ท่านเป็นเทพเจ้า ที่มีความสามารถ ในวิชาแพทย์แผนโบราณ เลื่องลือในการ รักษาโรคภัยไข้เจ็บ จากประวัติคุณงามความดี และความสามารถ ในวิชา แพทย์โบราณ ได้มีผู้รวบรวมตำรับตำรายา ได้จัดทำเป็นหนังสือ สารานุกรม สมุนไพรจีนขึ้น แปลเป็นภาษาต่างๆ 52 ภาษา แจกให้กับห้องสมุดทั่วโลก จนชาวต่างชาติ ตั้งสมญานาม แก่โป้เส่งไต่เต่ว่า เทพเจ้าผู้ช่วยชีวิต        ต่อมา ได้มีการอัญเชิญ ดวงจิตวิญญาณของเทพเจ้าโป้เส่ง ไต่เต้ มาประทับทรง หรือที่เรียกกันว่า ม้าทรงเพื่อรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ให้กับชาวบ้าน สถานที่ใช้ในการ ประทับทรง ก็เป็นบ้านของนายก เพราะตอนนั้นยังไม่มีศาลเจ้า คนที่มารักษากับท่าน ก็มีทั้งคนร่ำรวย และคนจน แต่ท่านไม่ได้คิดค่ารักษา วันหนึ่งมีคนรวยมารักษาโรค และเมื่อหายดีแล้ว ก็บริจาคเงิน เป็นจำนวนมาก ให้กับพระหมอ หรือ เทพเจ้าหมอ บางคนก็บริจาคที่ดินให้ ทางคณะกรรมการ และชาวบ้านจึงเห็นว่า ควรจะสร้างศาลเจ้า ถ้าที่ดินไม่เพียงพอ ก็ให้ซื้อเพิ่ม    ในที่สุด ศาลเจ้าท่าเรือ ก็บังเกิดขึ้นด้วยความศรัทธา ของชาวบ้าน และ คณะกรรมการชุดนั้น ได้สร้างบนที่ดิน ที่ได้รับบริจาคและซื้อเพิ่มเติม โดยกรรมสิทธิ์ที่ดิน และเงินที่ได้รับบริจาคทั้งหมด ให้กับกระทรวง มหาดไทยจนถึงทุกวันนี้

ปี พ.ศ.2543 ทางคณะกรรมการลงมติที่จะทำการปรับปรุงอาคารศาลเจ้า อีกทั้งประกอบกับกรมทางหลวงแผ่นดิน ได้ขยายทาง ทำให้บริเวณ ศาลเจ้า คับแคบลง จึงดำเนินการจัดซื้อที่ดินด้านหลัง และด้านข้างของศาลเจ้า เพื่อขยาย และก่อสร้างศาลเจ้าหลังใหม่ ซึ่งนำรูปแบบประติมากรรมประเทศจีน มาประยุกต์ให้เข้ากับการใช้ประกอบพิธีกรรม และเป็นปูชนียสถาน ที่ศักดิ์สิทธิ์แก่ชุมชน บ้านท่าเรือ จังหวัดภูเก็ต

พิธีกรรม / ประเพณี

งานประเพณีประจำปีที่ศาลเจ้าบ้านท่าเรือ จะจัดเป็นประจำทุกปี เรียกว่าวันแซยิด ของเทพเจาต่างๆ ซึ่งหมายถึง วันเกิดของเทพเจ้า งานประเพณีประจำปี อีกอย่างหนึ่ง คือ ประเพณีกินผัก เริ่มในวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ซึ่งในงานจะมีพิธีกรรมต่างๆ มากมายตลอด 9 วัน 9 คืน

ความเชื่อ

เป็นที่ชัดเจนว่า ชาวบ้านให้ความศรัทธา และเชื่อมั่นถึงความศักดิ์สิทธิ์ ในการรักษาโรคของเทพเจ้า โป้เส่ง ไต่เต่ ซึ่งปัจจุบัน แม้เรื่องปัญหาชีวิต ปัญหาทุกข์ใจต่างๆ ก็มาบนบานที่ศาลเจ้าบ้านท่าเรือแห่งนี้

ศาลเจ้าเชิงทะเล

บ้านเชิงทะเล หรือ ทิน-เล่  ในภาษาอังกฤษ หลังจากนั้นได้เปลี่ยนมาเป็น เชิงทะเล เมื่อมีผู้คน เข้ามาแสวงโชค และทำงานมากขึ้น จึงกลายเป็นชุมชนใหญ่ ที่มีคนจีนอาศัยอยู่มาก จากความเสื่อมใสศรัทธาองค์พระจีน ทำให้คนจีนส่วนหนึ่ง หารือทีจะนำองค์พระจีน มากราบไหว้บูชา เพื่อเป็นศิริมงคล และให้ช่วยคุ้มครอง ปกครองภัยต่างๆโดยมอบหมาย แป๊ะจู้ป่ายตั๊ก เป็นผู้อัญเชิญ องค์พระมาไว้ที่ ทิน-เล่

ในปี พ.ศ.2444 แป๊ะจู้ป่ายตั๊ก ซึ่งมีอาชีพเป็นช่างตัดผมในหมู่บ้าน ทิน-เล่เดินทางไปเมืองจีน เพื่อเยี่ยมบ้านเกิด ตอนกลับได้นำพระจีนมาด้วย 3 องค์ เป็นรูปแกะสลักด้วยไม้ โดยทำพิธีอัญเชิญ มาประดิษฐานที่ทิน-เล่ ในจำนวนพระ 3 องค์ที่นำมาจากเมืองจีนมีพระองค์หนึ่ง แซ่จู้ เป็นพระองค์เดียวกับ แป๊ะจู้ป่ายตั๊ก และแป๊ะจู้แจ่วตี่ ซึ่งมอบที่ดินร่วมกันสร้างศาลเจ้า ครั้งแรกเป็นเสาไม้ กั้น และ มุงหลังคา ด้วยสังกะสี ด้านหน้าติดถนนเสร็จแล้วตั้งชื่อว่า สำนัก กิ่มหุ้ยเตี่ยน มีองค์พระประธานชื่อ ส่ามอ๋องหู้ แปลว่า เจ้าหรือศักดิ์สิทธิ์ 3 องค์ ตามตำนาน พระสามอ๋องหู้ ยังมีพี่น้องร่วมสาบานอีก 360 องค์ ที่ได้เข้ามาร่วมดูแลสำนักกิ่ม หุ้ย เตี่ยน แห่งนี้

ปัจจุบันมีรูปพระ 2 องค์  ตั้งอยู่ที่ศาลเจ้าส่ามอ๋องหู้ เชิงทะเล ส่วนอีกองค์หนึ่ง คือพระจู้หู้ ปัจจุบันอยู่ที่บ้านนายชาญ เสริมกิจศรี เนื่องจากเป็นความประสงค์ ของพระจู้หู้เองที่ต้องการให้นำรูปดังกล่าวไว้ที่นั่น

นับตั้งแต่พระส่ามอ๋องหู้ มาประทับ ณ ทิน-เล่ ตามคำเชิญ ทำให้ชาวจีน ได้รวมกลุ่มกัน เหนียวแน่นขึ้น ศาลเจ้านับวันจะมีผู้มีจิตศรัทธา มากราบไหว้มากขึ้น ส่วนหนึ่งเพื่อขอพร ให้เกิดศิริมงคล แก่ตัวเอง และครอบครัว อีกส่วนหนึ่ง เพื่อขอให้พระช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ

พิธีกรรม / ประเพณี

นอกจากประเพณีถือศีลกินผัก ที่จัดเป็นประจำทุกปีแล้ว ยังมีงานแซยิดพระในวัน 15 ค่ำ เดือน 12 ขององค์พระส่ามอ๋องหู้ ด้วย

ความเชื่อ

ชาวบ้านในเขตตำบลเชิงทะเล หรือ ทิน-เล่ มักไปกราบไหว้บูชา ขอพร เนื่องใน วันเทศกาลต่างๆ อาทิ วันปีใหม่ หรือวันเกิดของตัวเอง ต่อองค์ พระส่ามอ๋องหู้ และสิ่งศักด์สิทธิ์ในศาลเจ้า ในอดีตที่เคยมีร่างทรงคนก่อน องค์พระ จะประทับทรง และรักษาโรคให้กับชาวบ้านที่มาขอความช่วยเหลือ แต่ปัจจุบัน มิได้เป็นเช่นนั้นแล้ว เนื่องจากสถานการณ์ความเป็นอยู่เปลี่ยนไป การทำมาหากิน เน้นการท่องเที่ยวเป็นหลัก ชีวิตความเป็นอยู่ ของชาวบ้าน เริ่มกลายเป็น ชุมชนเมือง ถึงกระนั้น บางบ้านยังเก็บรักษา สลากยาเก่า ที่จดไว้ เมื่อครั้งก่อน แต่ไม่ค่อยเป็นที่เปิดเผยนัก

โพท้อง ไหว้พระตรุษจีน ต้อนรับปีมังกร 2555

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  (ททท.) สำนักงานภูเก็ต ส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงงานตรุษจีนย้อนอดีตเมืองภูเก็ต ครั้งที่ 13 ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 28-30 มกราคม 2555 ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา และบริเวณเมืองเก่าถนนถลาง ถนนพังงา ในอำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

ในปีนี้ ททท. ภูเก็ต จัดกิจกรรม “ท่องโพถ้อง.. ไหว้พระ..ตรุษจีน ต้อนรับปีมังกร 2555 ” ซึ่งเป็นการจัดนำเที่ยวพานักท่องเที่ยวเดินทางด้วยรถโพถ้องเที่ยวเมืองเก่าภูเก็ต และสักการะองค์เทพต่างๆ ตามศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ 9 แห่ง เพื่อขอพรในเทศกาลตรุษจีน  โดยร่วมกับพันธมิตรทางการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต จัดกิจกรรมในวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ที่ 27-29 มกราคม 2555 เวลา 09.00-15.30 น.ราคาพิเศษสุดท่านละ 199 บาท โปรแกรมเริ่มต้นลงทะเบียนที่สำนักงานททท.ภูเก็ต ถ.ถลาง จากนั้นนั่งรถโพถ้องเดินทางไปยังศาลเจ้าปุดจ้อ-ศาลเจ้าจุ้ยตุ๋ย-ศาลเจ้าแสงธรรม ศาลเจ้ากะทู้ – ศาลเจ้าสามกอง- ศาลเจ้าเจ๋งอ๋อง – ศาลเจ้ากวนอิมพระโพธิสัตว์-ศาลเจ้าบางเหนียว- ศาลเจ้ากิ้วเทียนเก้ง จากนั้นเข้าร่วมงานตรุษจีนย้อนอดีตเมืองภูเก็ต เพลิดเพลินกับสีสันในมิติแห่งแสงสีเสียงท่ามกลางบรรยากาศย้อนอดีตมณฑลภูเก็ต ตลอดถนนถลางและถนนพังงา

นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานภูเก็ต กล่าวว่า งานตรุษจีนย้อนอดีตเมืองภูเก็ตเป็นงานที่แสดงเอกลักษณ์ วัฒนธรรม ประเพณีนิยมของท้องถิ่น ในช่วงวันขึ้นปีใหม่ของคนไทยเชื้อสายจีนของจังหวัดภูเก็ตได้เป็นอย่างดี การจัดนำเที่ยวด้วยรถโพถ้องไหว้พระขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเสริมสิริมงคลต้อนรับปีใหม่จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองเก่าภูเก็ตให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับความรู้ ความสนุกสนาน และประสบการณ์นั่งรถโพถ้องซึ่งเป็นสัญลักษณ์และเป็นความภาคภูมิตใจของคนในท้องถิ่น

ผู้สนใจติดต่อสำรองที่นั่งที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต ถนนถลาง หมายเลขโทรศัพท์ 076-211036 , 212213 , 217138


เที่ยวภูเก็จ, phuket holiday, phuket e-magazine, emagazine, e-magazine
เที่ยวภูเก็จ, phuket holiday, phuket e-magazine, emagazine, e-magazine
เที่ยวภูเก็จ, phuket holiday, phuket e-magazine, emagazine, e-magazine
Designed by