Home
เที่ยวภูเก็จ, phuket holiday, phuket e-magazine, emagazine, e-magazine
Posted 2nd August 2012, by admin, and filed under Event Update, Hot Deals, News Update, Phuket E-Magazine

ขันหมากเบ็ง หรือ ขันหมากเบญจ์

ขันหมากเบ็ง คือพานพุ่มใส่ดอกไม้ หรือเครื่องบูชา 5 อย่าง ได้แก่ หมาก พลู ธูป เทียน ข้าวตอก ดอกไม้ อย่างละ 5 คู่ ใช้ใบตองทำเป็นซวย (กรวย) – บายศรี ใช้ใบตองรีดซ้อนกันให้เป็นรูปคล้ายเจดีย์ ทำเป็นสี่มุมรวมทั้งตรงกลางเป็น 5 ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6 นิ้ว สูง 6- 8 นิ้ว ประดับประตูด้วยเครื่อง 5 อย่าง ดังได้กล่าวแล้ว ไว้บนยอดแหลมของบายศรี-กรวย-ซวย เรียงลดหลั่นลงมาตามลำดับเพื่อความสวยงาม

ดอกไม้ซึ่งเป็นที่นิยม เช่น ดอกดาวเรือง (จะทำให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง) ดอกสามปีบ่อเหนี่ยว(ดอกบายไม่รู้โรย) เชื่อว่าจะทำให้อายุมั่น ขวัญยืน แต่ปัจจุบันเห็นนิยมใช้ดอกรัก (ทำให้เกิดความรัก)

วิธีการใช้ขันหมากเบ็ง-เบญจ์

-ใช้เป็นเครื่องสักการบูชาพระรัตนตรัย

-ใช้เป็นเครื่องสักการะอยู่ในเครื่องพลีกรรม ไหว้ครู บอกผี (เซ่นสรวงดวงวิญญาณ)

-บูชาวิญญาณบรรพบุรุษ โดยนำไปบูชาตามหลักเส (ธาตุ) ที่บรรจุอัฐิ (กระดูก)

-เป็นเครื่องให้พิจารณาเตือนคนได้ พิจารณาเบญจขันธ์คือ  รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ


รูป คือ ร่างที่คลุมรวมกันไว้ด้วยธาตุ 4 อันเป็นส่วนที่ปรากฏด้วยตา

เวทนา การเสวยอารมณ์ รู้สึกสุข เดือดร้อน เจ็บ แค้นใจ เบิกบาน เฉยๆ

สัญญา รู้และจำอารมณ์ที่ผ่านอวัยวะทั้ง 6 เข้ามาแล้วบันทึกไว้ในใจ

สังขาร สภาวะปรุงแต่งวิญญาณ ผู้ก่อกรรมเกิดรูปนามติดต่อไป

วิญญาณ รู้แจ้งอารมณ์ภายในที่สัมผัสปัจจัยภายนอก

พ่อบำเพ็ญ ณ อุบล ได้อรรถาธิบายเพิ่มเติมว่า นอกจากใช้ขันหมากเบ็ง เป็นเครื่องสักการระบูชาพระรัตนตรัยแล้ว ยังใช้ในการกราบไหว้ผู้ที่เคารพอย่างสูงอีกด้วย โดยมีเหตุผลว่า

-การกราบโดยทั่วไป เป็น “ นามธรรม ” (เพราะเมื่อกราบเสร็จเหตุการณ์ก็ผ่านไป)

- การกราบบูชาด้วยขันหมากเบ็ง เป็น “ รูปธรรม ” เพื่อให้การกราบคงอยู่ในรูปขันหมากเบ็ง

ดังนั้น การกราบบูชาด้วยขันหมากเบ็ง จึงเสมือนการกราบด้วยเบ็ญจางคประดิษฐ์ เป็นเครื่องเบ็ญจขันธ์

เวลาหลายปีที่ผ่านมา ชาวอุบลฯ ได้ใช้ขันธ์หมากเบ็งเพื่อสักการบูชา ตามความหมายดังกล่าวข้างต้น ในงานต่างๆ เช่น

-สักการะเทียนหลวงพระราชทาน งานประเพณีแห่เทียนพรรษา

-การบวงสรวงสักการะพระปทุมวรราชสุริยวงศ์ (เจ้าคำผง) ผู้สร้างเมืองอุบล/เจ้าเมืองคนแรก

-ถวายสักการะ พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ ล้นเกล้าฯ ทั้งสองพระองค์ งานพิธีบายศรีเฉลิมพระขวัญฯ ภาพจำลองเคลื่อนที่ งานแห่เทียนพรรษาฯ

-ถวายสักการะ พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ “ งานราชภัฎมหกรรมวิชาการ เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษามหาราชินี ด้านวัฒนธรรม ” 13 สิงหาคม 2547

นอกจากนี้ยังใช้ขันหมากเบ็ง เป็นเครื่องสักการบูชาในวาระสำคัญต่างๆ อีกด้วย

อาจจะกล่าวโดยสรุปด้วยได้ว่า “ การบายศรีสู่ขวัญ ” และการสักการบูชาด้วย “ ขันหมากเบ็ง ” ชาวอีสานได้ยึดถือเป็นประเพณี และปฏิบัติสืบเนื่องมาตลอดถึงปัจจุบัน ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ที่ทรงคุณค่ายิ่งของชาวอีสาน แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ผู้ชำนาญการในการจัดทำ “ พานบายศรี ” หรือ “ พาขวัญ ” และ “ ขันหมากเบ็ง ” มีจำนวนน้อย และอายุมากแล้ว ควรที่จะมีการสืบทอดจัดกิจกรรม “ การพัฒนาอาชีพบายศรีอีสานแบบบูรณาการสู่ชุมชน ” เพื่ออนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมจากภูมิปัญญาท้องถิ่นอีสานโดยนำมาประยุกต์กับศิลปะยุคใหม่ให้เกิดความประณีตสวยงาม อ่อนช้อย สร้างอาชีพ ให้เกิดรายได้แบบยั่งยืน เป็นการส่งเสริม “ วัฒนธรรมาชีพ ” ก่อประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม ตลอดไป

ความสำคัญในการ “ บายศรี ” หรือ “ พาขวัญ ” และ “ ขันหมากเบ็ง ” สิ่งที่ต้องใช้มากที่สุดคือ “ ใบตอง ” ซึ่งต้องใช้ฝีมือ ความชำนาญ ความประณีตเป็นพิเศษ การเลือกใบตองจะต้องอ่อน แก่ พอๆ กัน สีจะได้เสมอกัน ต่อด้วยการพับ การรีดตองให้เป็นรูปที่ต้องการ พับตองสวยงามแล้วเอาแช่น้ำสารส้มไม่ให้ใบตองเปลี่ยนสี ถึงเวลาเอามาผึ่ง แล้วทาน้ำมันมะกอกให้ใบตองขึ้นเงา


สภาวะของ “ ใบตอง ” ในพานบายศรีกับเมื่อเสร็จงานแล้ว แตกต่างกันอย่างไร เห็นได้ดังนี้

“ พานบายศรี ” เป็นสิ่งที่บ่งบอกคติธรรมทางพุทธสาสนา 2 ประการ คือ “ สัจธรรม ” ความจริงแท้แน่นอน กับ “ อนิจจัง ” ความไม่เที่ยงแท้ ไม่แน่นอน ไม่ถาวรมั่นคง ไม่จีรังยั่งยืน ดังคำกลอน “ สุนทรภู่ ” ที่ร้อยกรองไว้ว่า

“ เหมือนบายศรี มีงาน ท่านถนอม เจิมแป้งหอมกระแจะจันทร์ เครื่องหรรษา

พอเสร็จงาน ท่านทิ้ง ลงคงคา ต้องลอยมา ลอยไป เป็นใบตอง

เที่ยวภูเก็จ, phuket holiday, phuket e-magazine, emagazine, e-magazine

Comments are closed.

เที่ยวภูเก็จ, phuket holiday, phuket e-magazine, emagazine, e-magazine
Designed by