content-post.php

ไข่มุกภูเก็ต อัญมณีแห่งอันดามัน

Posted on

‘ไข่มุกอันดามัน’ ที่ปรากฏในคำขวัญประจำจังหวัดภูเก็ต นอกจากจะหมายถึงความสวยงามของจังหวัดภูเก็ตที่เปรียบเสมือนสิ่งมีค่าแห่งท้องทะเลอันดามันแล้ว ยังหมายถึงความงดงามของ ‘ไข่มุก’ อัญมณีแห่งทะเลภูเก็ต ที่มีความสวยงามไม่แพ้ที่ไหน ภูเก็ตเป็นแหล่งผลิตไข่มุกน้ำเค็มที่มีเพียงไม่กี่แห่งในประเทศไทย ด้วยสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่เหมาะสมกับการเพาะเลี้ยงทำให้อัญมณีเม็ดกลมแวววาวนี้กลายเป็นอีกหนึ่งอัตลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ต

หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อเสียงของไข่มุกภูเก็ตมานาน แต่อาจจะไม่เคยได้สัมผัสหรือทำความรู้จักอย่างจริงจัง ปัจจุบัน การเพาะเลี้ยงมุกในจังหวัดภูเก็ตมีความก้าวหน้าไปมาก มีผู้ประกอบการที่ศึกษาวิจัย พัฒนาการเพาะเลี้ยงมุก จนมีมาตรฐานและมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ หนึ่งในนั้น คือ กลุ่มบริษัทในเครือภูเก็ตเพิร์ลกรุ๊ป ซึ่งทำธุรกิจเพาะเลี้ยงและจำหน่ายไข่มุกมานานถึง 40 ปี

คุณศรัณย์ สมรักษ์ คณะกรรมการบริหาร บริษัท ภูเก็ตเพิร์ลกรุ๊ป จำกัด เล่าถึงความเป็นมาของธุรกิจเครือภูเก็ตเพิร์ลว่า เริ่มต้นจากรุ่นที่1 ได้ทำงานในฟาร์มเลี้ยงมุกของชาวญี่ปุ่นที่มาลงทุนที่ภูเก็ต หลังจากชาวญี่ปุ่นกลับไปได้ ท่านนำความรู้นั้นมาเพาะเลี้ยงมุกเอง และกลายเป็นธุรกิจของครอบครัวในเวลาต่อมา สานต่อจนถึงปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 3 แล้ว มีการพัฒนาต่อยอดธุรกิจในทุกๆ ด้าน พัฒนาทั้งองค์ความรู้ในการเพาะเลี้ยง มีการร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในพื้นที่ เช่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในการศึกษาวิจัยแต่ละขั้นตอนในการเพาะเลี้ยงเพื่อให้ได้มุกที่มีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น  ในด้านการออกแบบและผลิตเครื่องประดับไข่มุก จากในยุคแรกที่ผลิตมุกเพื่อส่งออกเพียงอย่างเดียว ต่อมาภูเก็ตเพิร์ลพัฒนาผลิตภัณฑ์ ออกแบบเครื่องประดับไข่มุกเพื่อจัดจำหน่ายเอง โดยสินค้าทุกตัวจะมีใบรับประกัน มีการขยายบริษัทในเครือเพื่อดูแลงานในแต่ละด้าน รวมทั้งด้านการตลาด มีการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายโดยสร้างโชว์รูมขึ้นมาในรูปแบบของ Factory และ Gallery ให้ความรู้เกี่ยวกับไข่มุกแบบครบวงจร  และยังได้สร้างแบรนด์เครื่องประดับไข่มุก ‘อมร’ และพัฒนาแบรนด์เพื่อให้เป็นที่ยอมรับในระดับโลก ที่สำคัญคือภูเก็ตเพิร์ลได้ก้าวไปถึงขั้นของการเป็นผู้ออกแบบและผลิตมงกุฎเกียรติยศ สำหรับการประกวดนางงามทั้งในเวทีระดับประเทศ เช่น การประกวดมิสแกรนด์ภูเก็ต มิสไทยแลนด์เวิลด์ เวทีต่างประเทศ เช่น การประกวดมิสเมียนมาร์เวิลด์ มิสเวิลด์สวิตเซอร์แลนด์ มิสสิงคโปร์เวิลด์ และล่าสุดมิสเวิลด์ออสเตรเลีย      ปัจจุบันยังต่อยอดไปสู่การท่องเที่ยว โดยการส่งเสริมฟาร์มเพาะเลี้ยงมุกให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์

เที่ยวฟาร์มเพาะเลี้ยงไข่มุก เป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวมุมมองใหม่ที่น่าสนใจ ได้ทั้งความสนุกสนานและได้ความรู้ คุณศรัณย์บอกถึงแนวคิดในการพัฒนาฟาร์มเพาะเลี้ยงมุกเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวว่า “จริงๆ แล้วองค์ความรู้ในการเพาะเลี้ยงมุกเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเป็นความลับทางธุรกิจ ผู้ประกอบการแต่ละรายจะไม่ค่อยเปิดเผยข้อมูล แต่ทางผู้บริหารเราได้พูดคุยกันว่า องค์ความรู้บางส่วนสามารถเปิดเผยได้ และเป็นประโยชน์ มีความน่าสนใจสามารถให้ความรู้และดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งกลุ่มที่สนใจเกี่ยวกับไข่มุก และนักท่องเที่ยวทั่วไป เราจึงพัฒนาทั้งโชว์รูมที่บ้านสะปำ อำเภอเมือง ให้เป็นเหมือน Factory เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับไข่มุกภูเก็ต ตั้งแต่เรื่องสายพันธุ์ของหอยมุก วงจรชีวิต สภาพแวดล้อมในการเพาะเลี้ยง อาหารของหอยมุก ชนิดของไข่มุก การผลิตไข่มุกในรูปแบบต่างๆ วิธีการสังเกตไข่มุกจริงและไข่มุกปลอม การขึ้นตัวเรือนเป็นเครื่องประดับต่างๆ มีการจัดแสดงข้อมูลให้เห็นของจริง ให้เห็นขั้นตอนการผลิตแบบครบวงจร และในส่วนของฟาร์มเพาะเลี้ยงซึ่งตั้งอยู่กลางทะเลแหลมหิน เราจัดบริการนำเที่ยว โดยนำนักท่องเที่ยวนั่งเรือหางยาวจากท่าเรือแหลมหินไปยังกระชังเพาะเลี้ยง ซึ่งใช้เวลาไม่นาน บนกระชังนักท่องเที่ยวจะได้เห็นแต่ละขั้นตอนของการเพาะเลี้ยงหอยมุก ตั้งแต่การเพาะลูกหอย การเพาะแพลงก์ตอนซึ่งเป็นอาหารของหอยมุก เราจะได้เห็นว่าหอยมุกมีหน้าตาเป็นอย่างไร มีการสาธิตการแกะเปลือกหอยมุกให้เห็นเม็ดไข่มุกข้างใน เดินชมกระชังโดยรอบดูวิธีเลี้ยงหอยมุก” ทุกกระบวนการทุกขั้นตอนทำให้เราเข้าใจว่าทำไมไข่มุกจึงเป็นอัญมณีที่ล้ำค่า และมีความงดงามในตัวเอง

นอกจากพาเราเที่ยวชมทั้ง Factory showroom และกระชังเพาะเลี้ยงกลางทะเลแล้ว คุณศรัณย์ยังเล่าให้ฟังว่า “ไข่มุกภูเก็ตเป็นอัญมณีที่มีเอกลักษณ์ เสน่ห์ของไข่มุกภูเก็ตซึ่งเป็นมุกน้ำเค็ม คือเมื่อโดนแสงไฟแล้วเม็ดไข่มุกจะแวววาวเล่นแสงดูมลังเมลืองสามารถมองเห็นไดมากกว่า1สี คล้ายสีรุ้งทอง จะไม่ใช่สีเดียวหรือสีขาวล้วน  ที่สำคัญไข่มุกแท้ต้องมีตำหนิ อาจจะเป็นรอยจุดเล็กๆ เพราะเป็นสิ่งที่เกิดจากธรรมชาติ จึงไม่สมบูรณ์แบบ 100% แต่จะเป็นชิ้นเดียวในโลก ไข่มุกเป็นอัญมณีชนิดเดียวที่ไม่สามารถใช้อุปกรณ์อิเลคโทรนิคมาวัดคุณภาพได้และแบ่งเป็นเกรด 2A หรือ 3A ได้เพราะไข่มุกเป็นอัญมณีที่เกิดจากอินทรีย์วัตถุสามารถสัมผัสความงดงามได้ด้วยตาเปล่าต่างจากวัตถุธาตุเช่น  เพชร พลอยที่สามารถใช้อุปกรณ์อิเลคโทรนิคต่างๆตรวจสอบและคัดเกรดได้ และนั่นคือเสน่ห์ของไข่มุกภูเก็ต ซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญากำลังดำเนินการเก็บบันทึกข้อมูล เพื่อให้เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของไข่มุกภูเก็ต ทั้งรูปทรง ขนาด ผิวสัมผัสต่างๆ จึงอยากให้ชาวภูเก็ตได้ภาคภูมิใจว่า ไข่มุกภูเก็ตของเรานั้น เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก เราไม่ได้แพ้ประเทศไหนแน่นอน”

สนใจกิจกรรมเที่ยวชมฟาร์มเพาะเลี้ยงหอยมุก ภูเก็ตเพิร์ลฟาร์ม สอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 076-377730

 

https://www.facebook.com/phuketpearlgroup/